ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

สงครามไทแทน

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

และแล้วสองฝ่ายก็นําทัพเข้าโรมรันกัน ท่ามกลางทุ่งรบในเทสซาลี ฝั่งเทพไทแทนมีที่มั่นอยู่บนเขาออธรีส-Othrys ส่วนฝั่งเทพหนุ่มที่เกิดขึ้นใหม่มีที่มั่นอยู่ยังเขาโอลิมปัส-Olympus (ทําให้ต่อมาเรียกว่าพวกโอลิมเปียน และสงครามคราวนี้เรียกว่าไทแทนโนมาคี-Titanomachy หรือก็คือที่มาของตํานานภาคปัจจุบันที่นํามาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องสงครามมหาเทพ Clash of Titans) แต่การรบของเทวาทั้งสองค่ายผ่านไปถึง 10 ปี ก็ไม่มีใครแพ้ใครชนะเด็ดขาด พระแม่ธรณีไกอาจึงสอดมือเข้าแทรก แนะนําให้ซูสปล่อยพวกไซคลอปส์ขึ้นมาจากทาร์ทารัส ชักจูงให้เข้าพวก ซูสก็ลงไปบาดาล ฆ่าอสูรที่เฝ้านักโทษแล้วปล่อยพวกไซคลอปส์ออกมา เพื่อเป็นการตอบแทนยักษ์ไซคลอปส์ก็กลายเป็นพันธมิตรกับซูส ทําให้ความได้เปรียบเริ่มเอนเอียงมาทางฝ่ายโอลิมเปียน

ยักษ์ไซคลอปส์รู้ที่ซ่อนของอาวุธวิเศษต่างๆ ทั้งสามารถให้พรได้ก็ประสิทธิ์ประสาทให้ซูสมีอํานาจเหนือสายฟ้าและฟ้าแลบ (ซึ่งต่อมาสายฟ้าก็กลายเป็นอาวุธประจําตัวซูส) เอาหมวกเหล็กวิเศษแห่งรัตติกาล ทําให้ผู้สวมใส่ล่องหนได้มาให้แก่เฮดีส มอบสามง่ามวิเศษให้แก่โพไซดอน เฮดีสได้หมวกเหล็กก็สวมใส่แล้วหายตัวเข้าไปขโมยอาวุธของโครนัส โพไซดอนตามติดเข้าถึงตัวโครนัส เอาสามง่ามเข้าต่อสู้จนพระบิดาเพลี่ยงพล้ำ ซูสมองภาพนั้นด้วยความสะใจ พระองค์ขว้างสายฟ้าให้เกิดเสียงสนั่นเป็นการแสดงความบันเทิงใจที่โค่นโครนัสลงได้

คงแทบไม่ต้องบอกว่าในที่สุดฝ่ายไทแทนแพ้ เทพโอลิมเปียนกําชัยเด็ดขาด ซูสจับโครนัสลงไปจองจําอยู่ในนรกใต้ดินแทนที่พวกไซคลอปส์เดิม รวมทั้งไทแทนคนใดก็ตามที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามก็ถูกส่งลงไปขังในนรกทาร์ทารัสจนสิ้น สําหรับคนที่โดนลงโทษมากที่สุดเห็นจะเป็นแอตลาส เพราะเขาเป็นขุนพลใหญ่ที่มีบทบาทในสงครามมากกว่าใคร จึงต้องโทษให้แบกสวรรค์ไว้ตลอดไป

หลังสงครามเสร็จสิ้น ซูสก็ขึ้นครองสวรรค์ ตั้งวงศ์โอลิมเปียนขึ้น แบ่งสันปันส่วนแผ่นดินแห่งโลกกันไปครอง

สงครามกับยักษ์

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

ถึงแม้ว่าตอนนี้ซูสจะได้นั่งบัลลังก์เทพหลังสงครามไทแทนเป็นใหญ่กว่าบรรดาเทพทั้งมวลที่เคยมีมาในโลกแล้วก็ตามนะครับ แต่ก็ใช่ว่าพระองค์จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุก็เพราะท่านทวดไกอายังคงไม่พอใจต่อไปอีก แม้ว่าลูกของท่านที่เคยถูกจองจําอยู่ใต้บาดาลอย่างพวกเฮกะทองคีเรส หรือพวกอสูรร้อยแขนห้าสิบหัวและพวกไซคลอปส์จะได้รับอิสระแล้ว แต่พวกไทแทนอันมีโครนัสเป็นอาทิซึ่งก็เป็นลูกของท่านเช่นกันกลับถูกจองจําที่นั่นแทน พระนางก็เข้าทํานองเดิมคือขอร้องซูสแต่ซูสก็ยืนกรานไม่ยอมปล่อย

ท่านทวดไกอาพิโรธหนักที่เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว เมื่อไม่ได้อย่างใจท่านก็เลยวางแผน ไกอาเรียกหาพวกยักษ์สิ่งมีชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่ให้กําเนิดเมื่อเลือดของยูเรนัส ตกลงบนตัวพระนาง-รวบรวมพลยักษ์ได้มากมายรวมทั้งเอ็นเซลาดส-Enceladus และโพรฟรีออน-Porphyrion มอบหมายตําแหน่งนําทัพให้แก่ยักษ์อัลซียอนเนส -Alcyoneus ไกอาปลุกใจเหล่ายักษ์ให้จับอาวุธขึ้นสู้มหาเทพ ให้กําลังใจว่าจะไม่มีใครเอาชนะยักษ์ได้ ไกอาจัดการหาเวทมนตร์ทุกอย่างที่จะปกป้องยักษ์ด้วยเหตุที่มันเป็นพวกตายได้ พระแม่ธรณียังไปบีบให้เทพีชะตากรรมลิขิตเส้นทางของยักษ์เพื่อไม่ให้พวกมันถึงแก่มรณะ

เทพีแห่งชะตากรรมถึงจะรู้ว่าชะตาลิขิตอนาคตของยักษ์ไว้แล้ว แต่ก็พยายามตามใจไกอา พวกนางหาทางหลีกเลี่ยงได้เพียงว่ายักษ์ทั้งหลายจะไม่ตายหากโดนเทพหรือมนุษย์แทงด้วยดาบ แต่จะตายก็ต่อเมื่อโดนเทพและมนุษย์ร่วมมือกันแทงในหนเดียว กระนั้นไกอายังไม่ไว้ใจ คิดจะจัดหาสมุนไพรวิเศษที่จะช่วยเยียวยาบาดแผลของยักษ์หากโดนพวกมนุษย์ทําร้าย สถานการณ์กบฏเงียบดูท่าจะกําลังได้เปรียบชาวสวรรค์อยู่ในขณะนี้

ระหว่างนั้นเอง ซูสก็รู้เรื่องกบฏที่ก่อเค้า (ไม่ต้องสงสัยว่าคนกระซิบบอกจะต้องเป็นมีทิส-มเหสีผู้ภักดีแน่ๆ) สิ่งแรกที่เขาทําคือสั่งให้เทพแห่งดวงอาทิตย์ เทพีแห่งอรุณ และเทพีจันทราหยุดส่องแสงสักพักหนึ่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเขากําลังทําอะไร แล้วหาทางเก็บสมุนไพรวิเศษก่อนที่ท่านทวดไกอาจะเอาไปชุบชีวิตยักษ์จนเกลี้ยง

ในที่สุดเวลาสําคัญก็มาถึง ทั้งสองฝ่ายยกทัพเข้ารบกันที่พาลลีนี-Pallene เกาะห่างชายฝั่งทะเลแห่งเธรช ซึ่งเป็นที่เกิดของพวกยักษ์ แต่รบกันไปรบกันมาเทวาก็จัดการปราบยักษ์ลงไม่ได้เสียที ร้อนถึงเทพีเฮราต้องจัดการทํานายขึ้น และนางก็ให้คําทํานายว่าชัยชนะของเทพจะไม่มีวันได้มา หากไม่มีความร่วมมือของชายที่มีแม่เป็นมนุษย์ มีพ่อเป็นเทพ การหามนุษย์ที่มีความสามารถเท่าเทพก็เกิดขึ้น และก็แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครเก่งเกินวีรบุรุษ เฮอร์คิวลิส-Hercules (กรีก : เฮราเคิล) ไปได้

สงครามคราวนี้เลยมีเฮอร์คิวลิสเข้าพวกกับเทพวงศ์โอลิมเปียน กล่าวกันว่าเมืองพาลลีนีเป็นที่มั่นของยักษ์ในระหว่างสงครามคราวนี้เป็นบ้านเกิดของอัลชียอนเนิส และเขาจะไม่มีวันแพ้หากยังรบอยู่ที่บ้าน เฮอร์คิวลิสเลยจัดการจับตัวยักษ์อัลซียอนเนิสแบกออกไปนอกอาณาเขตพาลลีนีแล้วจัดการฆ่าเสีย ฝ่ายยักษ์จึงเริ่มเพลี่ยงพล้ำ พวกยักษ์เริ่มโจมตีครั้งสุดท้าย สําแดงเดชด้วยการโยนท่อนฟื้นติดไฟและหินขนาดใหญ่ใส่พวกเทพ ซูสหลบหลีกได้ คว้าสายฟ้าอาวุธประจํากายขว้างสู้ เสียง อสุนีบาตดังสนั่นลั่นไปสามโลก โพไซดอนเข้าสมทบ ยกสามง่ามอาวุธวิเศษประจํากายพุ่งใส่ยักษ์ ส่วนอธีน่า-Athena ธิดาของซูสถือโล่วิเศษอีจีสคุ้มตัวก็พุ่งสายฟ้าใส่ยักษ์ ยักษ์ตนสําคัญที่อธีน่าฆ่าในสงครามคราวนี้ก็คือเอ็นเซลาดัง ชื่อที่เอามาเป็นดวงจันทร์ของดาวเสาร์นั่นแหละ สุดท้ายสงครามคราวนี้เทพจึงเป็นฝ่ายชนะตามเคย

สงครามไทฟอน

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

อย่างไรก็ตามครับ สงครามทั้งสองครั้งไม่ใช่สงครามอันเป็นที่สุดของเทพวงศ์โอลิมเปียน ดูเหมือนว่าเทพวงศ์นี้จะต้องผจญอยู่กับความโกรธเกรี้ยวของบรรพบุรุษ (เพียงคนเดียวก็คือไกอา) ไม่ได้หยุด เพราะถึงแม้ว่าสงครามเทพกับยักษ์จะไม่ประสบความสําเร็จ เทพีไกอาก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ กาลต่อมาท่านทวดก็ก่อหวอดส่งสงครามขึ้นอีก คราวนี้ไปลากเอาลูกอีกตนหนึ่งขึ้นมาจากทาร์ทารัส คือ ไทฟอน-Typhon มาใช้ ลูกของเจ้าแม่ธรณีตัวนี้นับว่าเป็นสัตว์ประหลาดน่ากลัวมากที่สุด หัวของมันไม่เพียงสูงเยี่ยมเกินขุนเขาทุกลูกในโลกแต่เหยียดไปถึงดวงดาว มือทั้งสองข้างของมันแตกแขนงออกเป็นร้อย และล้วนเป็นหัวมังกรนับไม่ถ้วนแทนที่จะเป็นนิ้ว ตั้งแต่เอวลากลงมาถึงดินคือตัวงู มันมีปีกและดวงตาของมันเป็นไฟแลบเลีย

เรื่องเล่าว่าเมื่อซูสเห็นมันถึงกับตกใจกลัว คว้าสายฟ้าขว้างลงมาจนร่างกายของมันแตกเป็นเสี่ยง ซากถูกนําไปตรึงไว้ในทาร์ทารัส แต่ในบางตํานานเล่าไว้ละเอียดกว่านั้นว่าเมื่อไทฟอนโจมตีสวรรค์ เหล่าเทพต่างๆพากันตกใจ หนีออกจากสวรรค์กันวุ่นวายไปไกลถึงอียิปต์ และต่างก็แปลงกายเป็นอะไรต่อมิอะไรกันมากมาย เช่นอพอลโลแปลงเป็นว่าว มาร์สเป็นปลา ไดโอไนซัสเป็นแพะ เฮพเฟสตัสเป็นวัว มีแต่ซูสกับอธีน่าเท่านั้นที่ปักหลักสู้กับไทฟอน แต่ในที่สุดซูสก็ปล้ำกับไทฟอนไปจนถึงภูเขาแคซีอัสชายแดนระหว่างอียิปต์กับอราเบีย ไทฟอนถูกซูสแทงบาดเจ็บเข้าแผลหนึ่ง แต่มันก็พยายามทน ที่สุดมันหาทางตัดเส้นเอ็นมือและเท้าของซูสได้ แบกร่างเทพไปถึงซิลิเชีย ขังเทพบดีไว้ในถ้ำโดยใช้ให้มังกรเดลฟื้นเฝ้าหน้าถ้ำไว้ ไทฟอนยังเอาเอ็นมือและเอ็นเท้าของซูสซ่อนไว้ในหนังหมีอีกด้วย

ตอนนี้เทพเจ้าทั้งหลายก็ขาดผู้นําที่ทรงอํานาจพอจะปกป้องพวกเขาได้ ต่างคนแม้พยายามหาช่องทางแต่ก็ไม่มีใครคิดออก ยกเว้นเฮอร์มิสและแพนหาอุบายไปขโมยเอ็นของซูสมาได้สําเร็จ จึงเอาไปประกอบมือเท้าให้ทําให้ซูสกลับมีพละกําลัง จากนั้นสงครามระหว่างซูสกับไทฟอนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการแก้แค้นของมหาเทพ พระองค์เที่ยวตามหาไทฟอนไปทั่วเป็นเวลายาวนาน จนในที่สุดก็พบตัวมัน สองฝ่ายต่อสู้พันตูกันอย่างดุเดือดจนสิ้นสุดลงที่ซิซิลี และซูสก็ยกภูเขาไฟ เอ็ดน่าทับไทฟอนเอาไว้ มันจึงกลายเป็นนักโทษตลอดกาล คนกรีกเชื่อกันว่าใต้ภูเขานั้นก็คือไฟอันไม่มีวันหมดของไทฟอนผู้โกรธเกรี้ยวนั่นเอง

ชื่อไทฟอน ภายหลังชาวอาหรับรับไปใช้ แล้วกลายเป็นชื่อเรียกพายุ “พายุไต้ฝุ่น” ที่เรารู้จักในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามในยุคสมัยของซูสและเทพแห่งวงศ์โอลิมเปียนยังมีเทพไทแทนเก่าอีกสองสามองค์ที่เป็นกลางและยังทําหน้าที่ร่วมกับเทพใหม่ๆเคียงกันไป เช่นว่า ไฮเพอริออน ซึ่งมีโอรสคือ เฮลิออส เป็นสุริยเทพของกรีกร่วมกับเทพอื่นๆของโอลิมเปียนด้วย

ในส่วนของดวงจันทร์ของดาวเสาร์นั้นมีอยู่มากมาย อย่างเช่นดวงจันทร์ดวงแรกที่พบคือไทแทน ไทแทนเป็นชื่อกลุ่มวงศ์ยักษ์ที่เกิดจากยูเรนัสและไกอา ดวงจันทร์รีอา ชื่อนี้เป็นชื่อชายาของโครนัส นางมีฐานะอีกอย่างหนึ่งคือเป็นเทพีแห่งพิภพด้วย รีอายังเป็นมารดาของเทพแลเทพีสําคัญๆอีกหลายองค์ ดวงจันทร์ไดโอนี ชื่อนี้เป็นของนางไทแทนที่ตํานานหนึ่งว่าเป็นแม่ของวีนัส (เป็นตํานานการเกิดเทพีวีนัสอีกตํานาน) ดวงจันทร์เอ็นเซลาดส มาจากชื่อยักษ์ไทแทนที่รบกับซูสในคราวสงครามยักษ์ที่ถูกอธีน่าฆ่าและจับฝังไว้ใต้เกาะซิซิลี ดวงจันทร์ไมมัส มาจากชื่อของยักษ์เช่นกันดวงจันทร์ไฮเพอริออน ไฮเพอริออนเป็นยักษ์ไทแทนวงศ์วานเดียวกับโครนัส (ไฮเพอริออน-Hyperion เป็นสุริยเทพของไทแทน เมื่อถูกเทพวงศ์โอลิมเปียนกบฏ ตําแหน่งที่ครองอยู่เลยตกเป็นของโอรสของตน คือ เฮลิออส-Helios) ดวงจันทร์ฟีบี ฟีบีเป็นเทพีไทแทนที่ไม่ยอมสามิภักดิ์ต่อซูส

แต่ในบรรดาชื่อดวงจันทร์ของดาวเสาร์หลายดวงที่อาจจะทําให้เรื่องตํานานกรีกสมบูรณ์ได้นั่นคือเรื่องของโพรมิธอัส-Prometheus ผู้ให้กําเนิดมนุษย์, แพนดอรา Pandora ผู้ปล่อยความชั่วออกมาจากกล่อง และเอพิมิธิอัส-Epimetheus สามีของแพนดอรา ผู้เป็นตัวอย่างของการทําก่อนคิดนั่นเอง สามชื่อนี้เป็นชื่อของดวงจันทร์ดาวเสาร์เช่นกันทั้งหมด เรามาฟังเรื่องของพวกเขาดีกว่า (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

กล่าวถึงการลอบสังหารบุคคลสําคัญที่เป็นถึงระดับผู้นําประเทศนั้น กรณีที่ลือลั่นและซับซ้อนที่สุดก็คือกรณีการลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) จอห์น เอฟ. เคนเนดี คือประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกลอบสังหารเสียชีวิตลงในขณะที่ยังดํารงตําแหน่งอยู่ โดยถูกลอบสังหารในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 ระหว่างเยี่ยมเมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส พร้อมกับภริยาคือ แจ็กเกอลีน บูวิเยร์ เคนเนดี (Jacqueline Bouvier Kenendy) Continue reading เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

สหรัฐอเมริกาเริ่มจับสัญญาณความผิดปกติของรัสเซียที่ลอบเข้าไปสร้างฐานยิงขีปนาวุธในคิวบาได้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1962 โดยเครื่องบินสอดแนมแบบ ยู-2 (U-2) ของสหรัฐฯสามารถถ่ายภาพเครื่องบินขับไล่แบบ มิก-21 (Mig-21) ของรัสเซียฝูงหนึ่งกับเครื่องบินทิ้งระเบิด และขีปนาวุธที่ใช้ ยิงจากพื้นขึ้นสู่อากาศจํานวนหนึ่งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆหลายจุด จากภาพเหล่านั้นทําให้สหรัฐฯวิเคราะห์ได้ว่าเป็นการเตรียมการก่อสร้างฐานขีปนาวุธ เรื่องนี้ถูกรายงานไปถึงประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี (John F. Kennedy) ประธานาธิบดีเวลานั้นในวันที่ 10 ตุลาคม และในเวลาใกล้เคียงกัน ทางด้านวุฒิสมาชิกแห่งรัฐฟลอริดาในเวลานั้นซึ่งมาจากพรรครีพับลิกันก็ได้รับรายงานจากสายข่าวที่เป็นชาวคิวบาลี้ภัยในเรื่องเดียวกันนี้ Continue reading วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

กล่าวถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ใครๆก็มักจินตนาการไปถึงภาพสงครามทําลายล้างกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่ต่างฝ่ายต่างกดปุ่มยิงกันไปมาจนโลกทั้งโลกพินาศลงไปในพริบตา จากฝันร้ายเมื่อครั้งปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสหรัฐอเมริกานําระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูกไปถล่มที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นจนทําให้เมืองทั้งเมืองต้องพินาศลงในทันที และมีผู้คนล้มตายทันทีหลายแสนคน ส่วนคนที่รอดชีวิตก็ทุพพลภาพและมีชีวิตอยู่อย่างทุกทรมานคล้ายตายทั้งเป็นอีกมากมายซึ่งหลายๆภาพยังคงจําติดตาถึงความสยดสยองในครั้งนั้น Continue reading วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

แต่ตัวอย่างเช่นสงครามเกาหลีเหนือ-ใต้ก็เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกจนได้ในอีกไม่กี่ปีต่อมาที่ประเทศ เวียดนาม ซึ่งก็คือสงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกประเทศออกไปเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้อีกเช่นกัน และเป็นสงครามตัวแทนระหว่างมหาอํานาจสองค่ายคือ รัสเซียและสหรัฐอเมริกาในยุคของสงครามเย็นอีกด้วยเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่สงครามเกาหลีไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะอย่างเด็ดขาด และยังทิ้งโจทย์ในการแบ่งแยกประเทศที่ไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ค้างคามาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลามากกว่าครึ่งค่อนศตวรรษแล้ว ส่วนสงครามเวียดนามนั้นสิ้นสุดลงพร้อมกับความปราชัยของฝ่ายสหรัฐอเมริกา และเวียดนามก็สามารถจะรวมชาติให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้สําเร็จ Continue reading สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สําหรับทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาภายหลังจากที่ได้มีการตกลงแบ่งเกาหลีออกเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ได้เพียงไม่กี่เดือนนั้น สหรัฐอเมริกาก็เริ่มวิ่งเต้นที่จะให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในเกาหลีเพื่อชิงโอกาสให้ประเทศเกาหลีเป็นประเทศประชาธิปไตยหนึ่งเดียว โดยพยายามเที่ยวหาเสียงสนับสนุนตนให้มีพลังมากพอซึ่งก็ได้อังกฤษเข้ามาช่วยหาเสียงอีกแรง และเมื่อแน่ใจว่ามีเสียงสนับสนุนมากพอแล้ว สหรัฐฯก็นําเรื่องเข้าสู่สหประชาชาติเพื่อลงมติในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1947 เพื่อเป็นการกดดันรัสเซีย โดยสหประชาชาติได้ผ่านมติให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 แต่รัสเซียก็คว่ำบาตรมตินี้ เพราะเกรงว่าฝ่ายตนจะสูญเสียอิทธิพลลงไปภายหลังจากการ เลือกตั้ง จึงประกาศให้มีการเลือกตั้งเฉพาะของฝ่ายเกาหลีเหนือในวันที่ 25 สิงหาคมปีเดียวกันคู่ขนานกันไปกับการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ Continue reading สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สงครามเย็น ความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอุดมการณ์ ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์

coldwar

นับจากเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงในปี ค.ศ. 1945 เป็นต้นมา ได้เกิดการแบ่งขั้วอํานาจควบคุมทิศทางการเมืองระหว่างประเทศของโลกอย่างชัดเจนขึ้นมา 2 ขั้ว คือกลุ่มทุนนิยมเสรีที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนํา กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหรือรัสเซียเป็นแกนนํา ซึ่งอุดมการณ์ของทั้งสองกลุ่มนี้เข้ากันไม่ได้ชนิดน้ำกับน้ำมัน เนื่องจากทุนนิยมเน้นในระบบเงินทุนที่นําเข้ามาใช้ควบคุมการผลิต และการเปิดตลาดเสรีที่ต้องไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลหรือองค์กรใดๆ ส่วนคอมมิวนิสต์นั้นจะใช้ระบบการผลิตและการตลาดแบบรวมเอาไว้ที่ศูนย์กลางโดยมีรัฐบาลเป็นผู้คอยจัดสรร Continue reading สงครามเย็น ความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอุดมการณ์ ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ

แล้วครูเสดยุคเก่าเหมือนหรือต่างกับครูเสดยุคใหม่อย่างไร? ความเหมือนนั้นก็คือเป็นสงคราม ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่มีความแตกต่างกันทางศาสนาและวัฒนธรรมเป็นหลัก และต้องการช่วงชิงพื้นที่ตรงที่ตั้งประเทศอิสราเอลในปัจจุบันเหมือนกัน ส่วนความต่างนั้นเป้าหมายของครูเสดในอดีตคือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์และเมืองศักดิ์สิทธิ์ก็คือกรุงเยรูซาเล็มที่เป็นที่ตั้งของสถานที่และประวัติศาสตร์สําคัญของทั้งสองศาสนา Continue reading ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ

การเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอล ชนวนเหตุสงครามครูเสดยุคใหม่

การเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอล ชนวนเหตุสงครามครูเสดยุคใหม่

กล่าวถึง สงครามครูเสด ใครๆคงต้องคิดไปถึงภาพอัศวินยุคกลางใส่ชุดเกราะขี่ม้าถือหอกถือดาบ ต่อสู้กับอีกฝ่ายที่สวมผ้าคลุมถือดาบโง้ง ภาพดังที่กล่าวนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่นักรบในยุคสมัยกลาง ต่างเชื้อสายเผ่าพันธุ์ ต่างศาสนา เข้าห้ำหั่นทําสงครามกันเพื่อแย่งชิงการถือครอง “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ที่ทั้งสองฝ่ายถือเป็นดินแดนสําคัญในการก่อกําเนิดในศาสนาของพวกตน คือ ศาสนาคริสต์ และอิสลาม

Continue reading การเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอล ชนวนเหตุสงครามครูเสดยุคใหม่

การสร้างสังคมอุดมคติตามแบบนิกายเพียวริตันของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์

การสร้างสังคมอุดมคติตามแบบนิกายเพียวริตันของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์

การตัดสินใจบุกไอร์แลนด์ของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ นั้นสืบเนื่องมาจากการเข้าโจมตีเมืองดับลิน (Dublin) ที่ฝ่ายรัฐสภายึดเอาไว้ได้ตั้งแต่ที่ยังไม่สิ้นสุดสงครามกลางเมือง ครอมเวลล์จึงยกทัพบุกขึ้นฝั่งที่เมืองดับลินในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1949 การสู้รบใหญ่เกิดขึ้นใน 2 เมืองคือที่ เวกซ์ฟอร์ด (Wexford) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และที่โดรเกดา (Drogheda) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์ Continue reading การสร้างสังคมอุดมคติตามแบบนิกายเพียวริตันของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์

แผนการสร้างประเทศเครือจักรภพอันนำไปสู่สงครามกับไอร์แลนด์

ความสำคัญของการจัดวางกองทัพรูปแบบใหม่ของ 'บุรุษเหล็ก'

โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เป็นชาวเมืองฮันติงดัน (Huntingdon) ซึ่งตั้งอยู่ในแคมบริดจ์เชียร์ (Cambridgeshire) ทางทิศตะวันออกของอังกฤษ มีเชื้อสายตระกูลครอมเวลล์มาจากย่าทวดคือ แคเธอรีน ครอมเวลล์ (Katherine Cromwell) ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวของ โธมัส ครอมเวลล์ (Thomas Cromwell) ที่ปรึกษาที่มีบทบาทสําคัญในสมัยกษัตริย์เฮนรี ที่ 8 (Henry VII) ครอมเวลล์ต้องออกจากการศึกษากลางคันเมื่อบิดาเสียชีวิตเพื่อเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนบิดาเนื่องจากทั้งบ้านมีแต่ผู้หญิง ครอมเวลล์ มีพี่สาว และน้องสาวถึง 7 คนโดยไม่มีใครออกเรือนแม้แต่คนเดียว Continue reading แผนการสร้างประเทศเครือจักรภพอันนำไปสู่สงครามกับไอร์แลนด์

เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

หลังจากเสร็จศึกที่เวลส์แล้ว ครอมเวลล์มุ่งขึ้นเหนือเพื่อทําสงครามกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ในทันที ซึ่งเวลานั้นพวกเพรสไบที่เรียนในสกอตส์ได้บุกลงมายึดเมืองทางตอนเหนือของอังกฤษไปได้หลายเมืองแล้ว ส่วนการสู้รบกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ทางภาคใต้ซึ่งถูกยึดกลับไปได้หลายเมืองเช่นกันมี เซอร์ โธมัส แฟร์แฟกซ์ เป็นผู้นํา

สําหรับการทําศึกทางภาคเหนือนี้ ครอมเวลล์ได้แม่ทัพหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามาเสริมทัพคือ จอห์น แลมเบิร์ต (John Lambert) ผู้ซึ่งนํากองทหารม้าของเขาไปพิชิตชัยมาหลายสมรภูมิเช่นกัน กระทั่งเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1648 สถานการณ์ของฝ่ายนิยมกษัตริย์เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ การปราบปรามฝ่ายนิยมกษัตริย์ที่ลุกฮือขึ้นในภาคใต้ของอังกฤษเริ่มบรรลุผล ขณะเดียวกันทางภาคเหนือก็สามารถหยุดการรุกของฝ่ายนิยมกษัตริย์ และพวกเพรสไบที่เรียนในสกอตส์ได้ด้วยเช่นกัน Continue reading เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

สิ้นสุดภารกิจของ ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

การประชุมที่กัวยากิลถูกจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1822 โดยมีจุดประสงค์นอกจากเพื่อหารือเรื่องการเคลื่อนไหวให้อยู่ในกรอบเดียวกัน แล้วยังมีเรื่องความร่วมมือกันโจมตีกองทัพสเปนในเปรู เพื่อปลดปล่อยเปรูให้สําเร็จอีกด้วย แต่การตกลงในขั้นแรกนั้นยังคงหาข้อยุติกันไม่ได้เนื่องจาก ประสบปัญหา เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนของแต่ละฝ่ายต่างต้องการ ให้ผู้นําของตนเป็นผู้บัญชาการสูงสุดทั้งสิ้น แต่ต่อมา ซาน มาร์ติน เป็นผู้ยุติข้อขัดแย้งนี้เองโดยเสนอให้โบลิวาร์เป็นผู้บัญชาการสูงสุด โดยเขายินยอมเป็นรองผู้บัญชาการเอง การเจรจาจึงได้บทสรุปในที่สุด Continue reading สิ้นสุดภารกิจของ ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

การกลับมาของโบลิวาร์ทําให้กลุ่มปลดปล่อยต่างๆเริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลานั้นชื่อของ ไซมอน โบลิวาร์ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยแผ่นดินลาตินอเมริกาไปแล้ว กลุ่มต่างๆจึงพร้อมที่จะร่วมเคลื่อนไหวกับโบลิวาร์ รอเพียงสัญญาณของเขาที่ส่งออกมาเท่านั้น การเคลื่อนไหวนับจากนี้จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแผ่นดินลาตินอเมริกาทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเวเนซูเอลาประเทศเดียว และถึงแม้ว่าสงครามปลดปล่อยจะยังคงเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ตาม แต่ก็มีผลทําให้ประชาชนเริ่มตื่นรู้และซึมซับเรื่องของสงครามปลดปล่อย และอิสรภาพของพวกตนที่โบลิวาร์ปลุกขึ้นมาแล้ว Continue reading กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ระหว่างที่ ไซมอน โบลิวาร์ อยู่ในปารีสนั้น เขาได้คบหากับเพื่อนฝูงซึ่งมีทั้งนักปรัชญา อาจารย์ และนักเดินทางที่ไปพบเห็นสิ่งแปลกใหม่ต่างๆ เขาจึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคนเหล่านั้นเอาไว้อย่างมากมายจากการได้รับฟังประสบการณ์ต่างๆที่พวกเขาไปประสบมา โบลิวาร์ได้รู้จักกับนักเดินทางชาวเยอรมันผู้หนึ่งชื่อ อเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮัมโบลด์ต (Alexander Von Humboldt) ซึ่งเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก และเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องการทําสงครามเพื่ออิสรภาพของชาวอเมริกันที่ต้องการปลดปล่อยตนออกจากอํานาจของจักรวรรดิอังกฤษให้เขาฟังอย่างละเอียด Continue reading ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

โพรมิธิอัส (Prometheus) เทพไทแทนผู้ให้กำเนิดมนุษยชาติ

โพรมิธิอัส

โพรมิธิอัส (Prometheus) เทพไทแทนผู้ให้กำเนิดมนุษยชาติ

โพรมิธิอัส-Prometheus เป็นเทพที่สําคัญต่อพวกเราชาวโลกมาก (ตามความคิดของชาวกรีกแล้ว) ไม่มีโพรมิธิอัสก็ไม่มีเรา เพราะเขาเป็นผู้สร้างมนุษยชาติ ประวัติของโพรมิธิอัสนั้นมีอยู่ว่าเขาป็นเทพไทแทนองค์หนึ่งที่เกิดจากการแต่งงานของเทพไทแทนไอเอพพิทัสและนางนิมฟ์เอเชีย เป็นลูกหนึ่งในสี่คนที่เกิดเป็นแฝดสองคู่ โดยตัวเขาเกิดคู่กับเอพิมิธิอัส-Epimetheus (ส่วนอีกสองนั้นคือ เมนีทิอัสและแอตลาส) นามโพรมิธิอัสแปลว่า “เห็นล่วงหน้า” (อาจหมายความว่าคิดก่อนทําก็ได้) ส่วนเอพิมิธิอัสแปลว่า “เห็นทีหลัง” (เข้าทํานองทําแล้วถึงคิดได้) Continue reading โพรมิธิอัส (Prometheus) เทพไทแทนผู้ให้กำเนิดมนุษยชาติ

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 1

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัส (Cronus) ผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง

ดาวเสาร์โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 6 และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 1,427 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120,536 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 29.5 ปี ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัส (Cronus) ผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่งและใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 10.30 ชั่วโมง มวลของดาวเสาร์คือฮีเลียมและไฮโดรเจน บรรยากาศประกอบด้วยฮีเลียมและไฮโดรเจนเป็นส่วนใหญ่ Continue reading ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 1

ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 2

ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 2

ตำนานยูเรนัส

ชื่อกรีก : เทพยูเรนัส (Uranus) หรือ อูรานอส (Ouranos)
ชื่อโรมัน : เทพแคลุส (Caelus)

ในตํานานกรีก ก่อนจะเริ่มมีจักรวาลและสิ่งอื่นใดดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ มันคือช่วงที่ห้วงอากาศมีภาวะอะไรอย่างหนึ่งปนเปกันสับสนอลหม่าน ชาวกรีกเรียกภาวะนี้ว่า “เคออส” (Chaos) หรือความวุ่นวายยุ่งเหยิง ซึ่งต่อมาเคออสก็ได้กลายเป็นเทพแห่งการทําลายไปด้วย และแล้วหลังจากนั้นนานเคออสก็เริ่มจับตัวรวมกันเป็นเป็นราตรีนิกซ์ (Nyx) หรือเทพราตรีเทพีแห่งเวลากลางคืน และหลุม ดําอีเรบัส (Erebus) หรือเทพแห่งความมืด ทั้งสองเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่มีอะไรเลย นอกจากความว่างเปล่า ความลึกลับ ความน่าสะพรึง และความไม่สิ้นสุด Continue reading ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 2

ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก

ดาวยูเรนัส (Uranus)

หรือดาวมฤตยูในชื่อไทย โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 7 แต่มีขนาดใหญ่เป็นลําดับ 3 อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 2,871 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 51,118 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 83.8 ปี ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 17.14 ชั่วโมง (หมุนรอบตัวเองตรงข้ามกับดาวเคราะห์อื่น) มวลของดาวยูเรนัสคือฮีเลียมและไฮโดรเจน บรรยากาศประกอบด้วยฮีเลียม ไฮโดรเจน และมีเทนเป็นส่วนใหญ่ Continue reading ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

The Catcher in the Rye ทฤษฎีสมคบคิดว่าด้วยการลอบสังหารบุคคลสำคัญ

The Catcher in the Rye

ยังคงมีอีกประเด็นหนึ่งที่มีคนสงสัยอย่างมากว่าถ้าหาก จอห์น ฮิงค์ลีย์ ไม่ได้เป็นผู้ที่กระทําการแต่เพียงลําพังแล้ว เขาเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นผู้เหนี่ยวไกปืนยิงประธานาธิบดีเรแกนได้อย่างไร เรื่องนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ฮิงค์ลีย์อาจจะถูกหลอกใช้เช่นเดียวกับที่สงสัยกันในกรณี ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ (Lee Harvey Oswald) ผู้ต้องหาคดีลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี และ ชีร์ฮาน ชีร์ฮาน (Sirhan Sirhan) ผู้ต้องหาคดีการลอบสังหาร โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี หรือ เคนเนดีคนน้องระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และถ้าหากพิจารณาถึงกรณีการลอบสังหารประธานาธิบดี เจมส์ การ์ฟิลด์ (James Garfield) ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1881 ด้วยแล้ว กรณีนี้ก็น่าจะคล้ายกันมาก Continue reading The Catcher in the Rye ทฤษฎีสมคบคิดว่าด้วยการลอบสังหารบุคคลสำคัญ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับกรณี โรนัลด์ เรแกน

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับกรณี โรนัลด์ เรแกน

สําหรับเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในหมู่ผู้สื่อข่าวอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การสรุปประเด็นแบบทุบโต๊ะของบุชเพื่อจํากัดขอบเขตการสืบสวนให้พุ่งเป้าไปที่ จอห์น ฮิงค์ลีย์ เท่านั้น เป็นเรื่องที่ทําให้ใครๆต่างมองย้อนกลับไปที่กรณีการลอบสังหารบุคคลสําคัญครั้งต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทันทีตั้งแต่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) และน้องชายคือ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี (Robert F. Kennedy) การลอบสังหาร ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Dr. Martin Luther King Jr.) หรือการลอบสังหารผู้นําทางการเมือง ผู้นําสังคมต่างๆที่ถูกปลิดชีพลงเหมือนใบไม้ร่วงทีละใบ Continue reading ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับกรณี โรนัลด์ เรแกน

กรณีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันระหว่าง จอร์จ บุช กับ อเล็กซานเดอร์ เฮก

กรณีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันระหว่าง จอร์จ บุช กับ อเล็กซานเดอร์ เฮก

ตระกูลบุชเริ่มทําธุรกิจน้ำมันในเท็กซัสอย่างแท้จริงตั้งแต่ จอร์จ บุช ก่อตั้งบริษัทซาปาตา ออยล์ ขึ้นในปี ค.ศ. 1953 จอร์จ บุช สืบทอดความเป็นนักการเมืองควบคู่กับการเป็นนักธุรกิจมาจากบิดาและพ่อตาของเขา ถือเป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่ทําธุรกิจควบคู่กันจนประสบความสําเร็จทั้งสอง อาชีพไปพร้อมๆกัน ตระกูลบุชนั้นประสบความสําเร็จทั้งทางด้านธุรกิจและการเมืองในสหรัฐอเมริกามาหลายรุ่น นับแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แล้ว จึงมีพวกพ้องทั้งในแวดวงการเมืองและวงการธุรกิจระดับสูงมากมาย คนตระกูลบุชคนแรกที่ประสบความสําเร็จในวงการเมืองระดับสูงก็คือ จอร์จ บุช Continue reading กรณีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันระหว่าง จอร์จ บุช กับ อเล็กซานเดอร์ เฮก

สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮิงค์ลีย์กับรองประธานาธิบดี จอร์จ บุช

สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮิงค์ลีย์กับรองประธานาธิบดี จอร์จ บุช

เรื่องราวเหล่านี้คือข้อมูลซึ่งสื่อมวลชนพยายามคุ้ยแคะออกมาเสนอในช่วงที่เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกนกําลังอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างมากในเวลานั้น ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ก็ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตํารวจกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของเอฟบีไอที่เป็นผู้สรุปสาเหตุการลอบสังหารครั้งนั้น โดยทั้งสองส่วนต่างก็สรุปคดีว่า จอห์น ฮิงค์ลีย์ เป็นผู้วิกลจริต แต่ก็ยังมีข้อมูลในมุมอื่นที่แตกต่างไปจากสิ่งที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่เสนอกันออกมาในเวลานั้นด้วยเช่นกัน Continue reading สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮิงค์ลีย์กับรองประธานาธิบดี จอร์จ บุช

จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกน

จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกน

จอห์น ฮิงค์ลีย์ เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวนักธุรกิจซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในโอคลาโฮมา บิดาของเขา จอห์น ฮิงค์ลีย์ ซีเนียร์ (John Hinckley Sr.) นั้นเป็นนักธุรกิจด้านพลังงานและเป็นที่รู้จักในวงสังคมที่ถือได้ว่าทรงอิทธิพลในวงการนี้เลยทีเดียว ฮิงค์ลีย์เป็นคนเรียบร้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และยังเป็นนักกีฬาของโรงเรียนที่เล่นได้ดีทั้งเบสบอลและอเมริกันฟุตบอลอีกด้วย และเนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตในครอบครัวที่มธุรกิจใหญ่โต ฮิงค์ลีย์จึงได้รับการคาดหวังจากทั้งบิดาและมารดาให้เป็นผู้สืบทอดกิจการในรุ่นต่อไป เขาจึงเติบโตขึ้นมาอย่างค่อนข้างกดดันจากพันธกิจนี้ Continue reading จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกน