เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

กล่าวถึงการลอบสังหารบุคคลสําคัญที่เป็นถึงระดับผู้นําประเทศนั้น กรณีที่ลือลั่นและซับซ้อนที่สุดก็คือกรณีการลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) จอห์น เอฟ. เคนเนดี คือประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกลอบสังหารเสียชีวิตลงในขณะที่ยังดํารงตําแหน่งอยู่ โดยถูกลอบสังหารในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 ระหว่างเยี่ยมเมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส พร้อมกับภริยาคือ แจ็กเกอลีน บูวิเยร์ เคนเนดี (Jacqueline Bouvier Kenendy) Continue reading เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

สหรัฐอเมริกาเริ่มจับสัญญาณความผิดปกติของรัสเซียที่ลอบเข้าไปสร้างฐานยิงขีปนาวุธในคิวบาได้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1962 โดยเครื่องบินสอดแนมแบบ ยู-2 (U-2) ของสหรัฐฯสามารถถ่ายภาพเครื่องบินขับไล่แบบ มิก-21 (Mig-21) ของรัสเซียฝูงหนึ่งกับเครื่องบินทิ้งระเบิด และขีปนาวุธที่ใช้ ยิงจากพื้นขึ้นสู่อากาศจํานวนหนึ่งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆหลายจุด จากภาพเหล่านั้นทําให้สหรัฐฯวิเคราะห์ได้ว่าเป็นการเตรียมการก่อสร้างฐานขีปนาวุธ เรื่องนี้ถูกรายงานไปถึงประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี (John F. Kennedy) ประธานาธิบดีเวลานั้นในวันที่ 10 ตุลาคม และในเวลาใกล้เคียงกัน ทางด้านวุฒิสมาชิกแห่งรัฐฟลอริดาในเวลานั้นซึ่งมาจากพรรครีพับลิกันก็ได้รับรายงานจากสายข่าวที่เป็นชาวคิวบาลี้ภัยในเรื่องเดียวกันนี้ Continue reading วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

กล่าวถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ใครๆก็มักจินตนาการไปถึงภาพสงครามทําลายล้างกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่ต่างฝ่ายต่างกดปุ่มยิงกันไปมาจนโลกทั้งโลกพินาศลงไปในพริบตา จากฝันร้ายเมื่อครั้งปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสหรัฐอเมริกานําระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูกไปถล่มที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นจนทําให้เมืองทั้งเมืองต้องพินาศลงในทันที และมีผู้คนล้มตายทันทีหลายแสนคน ส่วนคนที่รอดชีวิตก็ทุพพลภาพและมีชีวิตอยู่อย่างทุกทรมานคล้ายตายทั้งเป็นอีกมากมายซึ่งหลายๆภาพยังคงจําติดตาถึงความสยดสยองในครั้งนั้น Continue reading วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

แต่ตัวอย่างเช่นสงครามเกาหลีเหนือ-ใต้ก็เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกจนได้ในอีกไม่กี่ปีต่อมาที่ประเทศ เวียดนาม ซึ่งก็คือสงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกประเทศออกไปเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้อีกเช่นกัน และเป็นสงครามตัวแทนระหว่างมหาอํานาจสองค่ายคือ รัสเซียและสหรัฐอเมริกาในยุคของสงครามเย็นอีกด้วยเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่สงครามเกาหลีไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะอย่างเด็ดขาด และยังทิ้งโจทย์ในการแบ่งแยกประเทศที่ไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ค้างคามาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลามากกว่าครึ่งค่อนศตวรรษแล้ว ส่วนสงครามเวียดนามนั้นสิ้นสุดลงพร้อมกับความปราชัยของฝ่ายสหรัฐอเมริกา และเวียดนามก็สามารถจะรวมชาติให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้สําเร็จ Continue reading สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สําหรับทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาภายหลังจากที่ได้มีการตกลงแบ่งเกาหลีออกเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ได้เพียงไม่กี่เดือนนั้น สหรัฐอเมริกาก็เริ่มวิ่งเต้นที่จะให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในเกาหลีเพื่อชิงโอกาสให้ประเทศเกาหลีเป็นประเทศประชาธิปไตยหนึ่งเดียว โดยพยายามเที่ยวหาเสียงสนับสนุนตนให้มีพลังมากพอซึ่งก็ได้อังกฤษเข้ามาช่วยหาเสียงอีกแรง และเมื่อแน่ใจว่ามีเสียงสนับสนุนมากพอแล้ว สหรัฐฯก็นําเรื่องเข้าสู่สหประชาชาติเพื่อลงมติในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1947 เพื่อเป็นการกดดันรัสเซีย โดยสหประชาชาติได้ผ่านมติให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 แต่รัสเซียก็คว่ำบาตรมตินี้ เพราะเกรงว่าฝ่ายตนจะสูญเสียอิทธิพลลงไปภายหลังจากการ เลือกตั้ง จึงประกาศให้มีการเลือกตั้งเฉพาะของฝ่ายเกาหลีเหนือในวันที่ 25 สิงหาคมปีเดียวกันคู่ขนานกันไปกับการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ Continue reading สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สงครามเย็น ความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอุดมการณ์ ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์

coldwar

นับจากเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงในปี ค.ศ. 1945 เป็นต้นมา ได้เกิดการแบ่งขั้วอํานาจควบคุมทิศทางการเมืองระหว่างประเทศของโลกอย่างชัดเจนขึ้นมา 2 ขั้ว คือกลุ่มทุนนิยมเสรีที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนํา กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหรือรัสเซียเป็นแกนนํา ซึ่งอุดมการณ์ของทั้งสองกลุ่มนี้เข้ากันไม่ได้ชนิดน้ำกับน้ำมัน เนื่องจากทุนนิยมเน้นในระบบเงินทุนที่นําเข้ามาใช้ควบคุมการผลิต และการเปิดตลาดเสรีที่ต้องไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลหรือองค์กรใดๆ ส่วนคอมมิวนิสต์นั้นจะใช้ระบบการผลิตและการตลาดแบบรวมเอาไว้ที่ศูนย์กลางโดยมีรัฐบาลเป็นผู้คอยจัดสรร Continue reading สงครามเย็น ความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอุดมการณ์ ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ

แล้วครูเสดยุคเก่าเหมือนหรือต่างกับครูเสดยุคใหม่อย่างไร? ความเหมือนนั้นก็คือเป็นสงคราม ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่มีความแตกต่างกันทางศาสนาและวัฒนธรรมเป็นหลัก และต้องการช่วงชิงพื้นที่ตรงที่ตั้งประเทศอิสราเอลในปัจจุบันเหมือนกัน ส่วนความต่างนั้นเป้าหมายของครูเสดในอดีตคือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์และเมืองศักดิ์สิทธิ์ก็คือกรุงเยรูซาเล็มที่เป็นที่ตั้งของสถานที่และประวัติศาสตร์สําคัญของทั้งสองศาสนา Continue reading ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ

การเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอล ชนวนเหตุสงครามครูเสดยุคใหม่

การเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอล ชนวนเหตุสงครามครูเสดยุคใหม่

กล่าวถึง สงครามครูเสด ใครๆคงต้องคิดไปถึงภาพอัศวินยุคกลางใส่ชุดเกราะขี่ม้าถือหอกถือดาบ ต่อสู้กับอีกฝ่ายที่สวมผ้าคลุมถือดาบโง้ง ภาพดังที่กล่าวนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่นักรบในยุคสมัยกลาง ต่างเชื้อสายเผ่าพันธุ์ ต่างศาสนา เข้าห้ำหั่นทําสงครามกันเพื่อแย่งชิงการถือครอง “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ที่ทั้งสองฝ่ายถือเป็นดินแดนสําคัญในการก่อกําเนิดในศาสนาของพวกตน คือ ศาสนาคริสต์ และอิสลาม

Continue reading การเกิดขึ้นของประเทศอิสราเอล ชนวนเหตุสงครามครูเสดยุคใหม่

การสร้างสังคมอุดมคติตามแบบนิกายเพียวริตันของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์

การสร้างสังคมอุดมคติตามแบบนิกายเพียวริตันของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์

การตัดสินใจบุกไอร์แลนด์ของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ นั้นสืบเนื่องมาจากการเข้าโจมตีเมืองดับลิน (Dublin) ที่ฝ่ายรัฐสภายึดเอาไว้ได้ตั้งแต่ที่ยังไม่สิ้นสุดสงครามกลางเมือง ครอมเวลล์จึงยกทัพบุกขึ้นฝั่งที่เมืองดับลินในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1949 การสู้รบใหญ่เกิดขึ้นใน 2 เมืองคือที่ เวกซ์ฟอร์ด (Wexford) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และที่โดรเกดา (Drogheda) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์ Continue reading การสร้างสังคมอุดมคติตามแบบนิกายเพียวริตันของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์

แผนการสร้างประเทศเครือจักรภพอันนำไปสู่สงครามกับไอร์แลนด์

ความสำคัญของการจัดวางกองทัพรูปแบบใหม่ของ 'บุรุษเหล็ก'

โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เป็นชาวเมืองฮันติงดัน (Huntingdon) ซึ่งตั้งอยู่ในแคมบริดจ์เชียร์ (Cambridgeshire) ทางทิศตะวันออกของอังกฤษ มีเชื้อสายตระกูลครอมเวลล์มาจากย่าทวดคือ แคเธอรีน ครอมเวลล์ (Katherine Cromwell) ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวของ โธมัส ครอมเวลล์ (Thomas Cromwell) ที่ปรึกษาที่มีบทบาทสําคัญในสมัยกษัตริย์เฮนรี ที่ 8 (Henry VII) ครอมเวลล์ต้องออกจากการศึกษากลางคันเมื่อบิดาเสียชีวิตเพื่อเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนบิดาเนื่องจากทั้งบ้านมีแต่ผู้หญิง ครอมเวลล์ มีพี่สาว และน้องสาวถึง 7 คนโดยไม่มีใครออกเรือนแม้แต่คนเดียว Continue reading แผนการสร้างประเทศเครือจักรภพอันนำไปสู่สงครามกับไอร์แลนด์

เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

หลังจากเสร็จศึกที่เวลส์แล้ว ครอมเวลล์มุ่งขึ้นเหนือเพื่อทําสงครามกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ในทันที ซึ่งเวลานั้นพวกเพรสไบที่เรียนในสกอตส์ได้บุกลงมายึดเมืองทางตอนเหนือของอังกฤษไปได้หลายเมืองแล้ว ส่วนการสู้รบกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ทางภาคใต้ซึ่งถูกยึดกลับไปได้หลายเมืองเช่นกันมี เซอร์ โธมัส แฟร์แฟกซ์ เป็นผู้นํา

สําหรับการทําศึกทางภาคเหนือนี้ ครอมเวลล์ได้แม่ทัพหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามาเสริมทัพคือ จอห์น แลมเบิร์ต (John Lambert) ผู้ซึ่งนํากองทหารม้าของเขาไปพิชิตชัยมาหลายสมรภูมิเช่นกัน กระทั่งเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1648 สถานการณ์ของฝ่ายนิยมกษัตริย์เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ การปราบปรามฝ่ายนิยมกษัตริย์ที่ลุกฮือขึ้นในภาคใต้ของอังกฤษเริ่มบรรลุผล ขณะเดียวกันทางภาคเหนือก็สามารถหยุดการรุกของฝ่ายนิยมกษัตริย์ และพวกเพรสไบที่เรียนในสกอตส์ได้ด้วยเช่นกัน Continue reading เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

สิ้นสุดภารกิจของ ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

การประชุมที่กัวยากิลถูกจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1822 โดยมีจุดประสงค์นอกจากเพื่อหารือเรื่องการเคลื่อนไหวให้อยู่ในกรอบเดียวกัน แล้วยังมีเรื่องความร่วมมือกันโจมตีกองทัพสเปนในเปรู เพื่อปลดปล่อยเปรูให้สําเร็จอีกด้วย แต่การตกลงในขั้นแรกนั้นยังคงหาข้อยุติกันไม่ได้เนื่องจาก ประสบปัญหา เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนของแต่ละฝ่ายต่างต้องการ ให้ผู้นําของตนเป็นผู้บัญชาการสูงสุดทั้งสิ้น แต่ต่อมา ซาน มาร์ติน เป็นผู้ยุติข้อขัดแย้งนี้เองโดยเสนอให้โบลิวาร์เป็นผู้บัญชาการสูงสุด โดยเขายินยอมเป็นรองผู้บัญชาการเอง การเจรจาจึงได้บทสรุปในที่สุด Continue reading สิ้นสุดภารกิจของ ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

การกลับมาของโบลิวาร์ทําให้กลุ่มปลดปล่อยต่างๆเริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลานั้นชื่อของ ไซมอน โบลิวาร์ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยแผ่นดินลาตินอเมริกาไปแล้ว กลุ่มต่างๆจึงพร้อมที่จะร่วมเคลื่อนไหวกับโบลิวาร์ รอเพียงสัญญาณของเขาที่ส่งออกมาเท่านั้น การเคลื่อนไหวนับจากนี้จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแผ่นดินลาตินอเมริกาทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเวเนซูเอลาประเทศเดียว และถึงแม้ว่าสงครามปลดปล่อยจะยังคงเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ตาม แต่ก็มีผลทําให้ประชาชนเริ่มตื่นรู้และซึมซับเรื่องของสงครามปลดปล่อย และอิสรภาพของพวกตนที่โบลิวาร์ปลุกขึ้นมาแล้ว Continue reading กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ระหว่างที่ ไซมอน โบลิวาร์ อยู่ในปารีสนั้น เขาได้คบหากับเพื่อนฝูงซึ่งมีทั้งนักปรัชญา อาจารย์ และนักเดินทางที่ไปพบเห็นสิ่งแปลกใหม่ต่างๆ เขาจึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคนเหล่านั้นเอาไว้อย่างมากมายจากการได้รับฟังประสบการณ์ต่างๆที่พวกเขาไปประสบมา โบลิวาร์ได้รู้จักกับนักเดินทางชาวเยอรมันผู้หนึ่งชื่อ อเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮัมโบลด์ต (Alexander Von Humboldt) ซึ่งเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก และเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องการทําสงครามเพื่ออิสรภาพของชาวอเมริกันที่ต้องการปลดปล่อยตนออกจากอํานาจของจักรวรรดิอังกฤษให้เขาฟังอย่างละเอียด Continue reading ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

The Catcher in the Rye ทฤษฎีสมคบคิดว่าด้วยการลอบสังหารบุคคลสำคัญ

The Catcher in the Rye

ยังคงมีอีกประเด็นหนึ่งที่มีคนสงสัยอย่างมากว่าถ้าหาก จอห์น ฮิงค์ลีย์ ไม่ได้เป็นผู้ที่กระทําการแต่เพียงลําพังแล้ว เขาเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นผู้เหนี่ยวไกปืนยิงประธานาธิบดีเรแกนได้อย่างไร เรื่องนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ฮิงค์ลีย์อาจจะถูกหลอกใช้เช่นเดียวกับที่สงสัยกันในกรณี ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ (Lee Harvey Oswald) ผู้ต้องหาคดีลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี และ ชีร์ฮาน ชีร์ฮาน (Sirhan Sirhan) ผู้ต้องหาคดีการลอบสังหาร โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี หรือ เคนเนดีคนน้องระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และถ้าหากพิจารณาถึงกรณีการลอบสังหารประธานาธิบดี เจมส์ การ์ฟิลด์ (James Garfield) ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1881 ด้วยแล้ว กรณีนี้ก็น่าจะคล้ายกันมาก Continue reading The Catcher in the Rye ทฤษฎีสมคบคิดว่าด้วยการลอบสังหารบุคคลสำคัญ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับกรณี โรนัลด์ เรแกน

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับกรณี โรนัลด์ เรแกน

สําหรับเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในหมู่ผู้สื่อข่าวอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การสรุปประเด็นแบบทุบโต๊ะของบุชเพื่อจํากัดขอบเขตการสืบสวนให้พุ่งเป้าไปที่ จอห์น ฮิงค์ลีย์ เท่านั้น เป็นเรื่องที่ทําให้ใครๆต่างมองย้อนกลับไปที่กรณีการลอบสังหารบุคคลสําคัญครั้งต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทันทีตั้งแต่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) และน้องชายคือ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี (Robert F. Kennedy) การลอบสังหาร ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Dr. Martin Luther King Jr.) หรือการลอบสังหารผู้นําทางการเมือง ผู้นําสังคมต่างๆที่ถูกปลิดชีพลงเหมือนใบไม้ร่วงทีละใบ Continue reading ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับกรณี โรนัลด์ เรแกน

กรณีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันระหว่าง จอร์จ บุช กับ อเล็กซานเดอร์ เฮก

กรณีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันระหว่าง จอร์จ บุช กับ อเล็กซานเดอร์ เฮก

ตระกูลบุชเริ่มทําธุรกิจน้ำมันในเท็กซัสอย่างแท้จริงตั้งแต่ จอร์จ บุช ก่อตั้งบริษัทซาปาตา ออยล์ ขึ้นในปี ค.ศ. 1953 จอร์จ บุช สืบทอดความเป็นนักการเมืองควบคู่กับการเป็นนักธุรกิจมาจากบิดาและพ่อตาของเขา ถือเป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่ทําธุรกิจควบคู่กันจนประสบความสําเร็จทั้งสอง อาชีพไปพร้อมๆกัน ตระกูลบุชนั้นประสบความสําเร็จทั้งทางด้านธุรกิจและการเมืองในสหรัฐอเมริกามาหลายรุ่น นับแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แล้ว จึงมีพวกพ้องทั้งในแวดวงการเมืองและวงการธุรกิจระดับสูงมากมาย คนตระกูลบุชคนแรกที่ประสบความสําเร็จในวงการเมืองระดับสูงก็คือ จอร์จ บุช Continue reading กรณีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันระหว่าง จอร์จ บุช กับ อเล็กซานเดอร์ เฮก

สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮิงค์ลีย์กับรองประธานาธิบดี จอร์จ บุช

สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮิงค์ลีย์กับรองประธานาธิบดี จอร์จ บุช

เรื่องราวเหล่านี้คือข้อมูลซึ่งสื่อมวลชนพยายามคุ้ยแคะออกมาเสนอในช่วงที่เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกนกําลังอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างมากในเวลานั้น ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ก็ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตํารวจกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของเอฟบีไอที่เป็นผู้สรุปสาเหตุการลอบสังหารครั้งนั้น โดยทั้งสองส่วนต่างก็สรุปคดีว่า จอห์น ฮิงค์ลีย์ เป็นผู้วิกลจริต แต่ก็ยังมีข้อมูลในมุมอื่นที่แตกต่างไปจากสิ่งที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่เสนอกันออกมาในเวลานั้นด้วยเช่นกัน Continue reading สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮิงค์ลีย์กับรองประธานาธิบดี จอร์จ บุช

จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกน

จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกน

จอห์น ฮิงค์ลีย์ เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวนักธุรกิจซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในโอคลาโฮมา บิดาของเขา จอห์น ฮิงค์ลีย์ ซีเนียร์ (John Hinckley Sr.) นั้นเป็นนักธุรกิจด้านพลังงานและเป็นที่รู้จักในวงสังคมที่ถือได้ว่าทรงอิทธิพลในวงการนี้เลยทีเดียว ฮิงค์ลีย์เป็นคนเรียบร้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และยังเป็นนักกีฬาของโรงเรียนที่เล่นได้ดีทั้งเบสบอลและอเมริกันฟุตบอลอีกด้วย และเนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตในครอบครัวที่มธุรกิจใหญ่โต ฮิงค์ลีย์จึงได้รับการคาดหวังจากทั้งบิดาและมารดาให้เป็นผู้สืบทอดกิจการในรุ่นต่อไป เขาจึงเติบโตขึ้นมาอย่างค่อนข้างกดดันจากพันธกิจนี้ Continue reading จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเรแกน

เหตุการณ์ลอบสังหาร โรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์ลอบสังหาร โรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

กล่าวถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อนชวนฉงนคงไม่มีความซับซ้อนใดเกินระบบการเมืองของโลกยุคใหม่ที่เล่นกันอย่างไร้ขอบเขต ขอเพียงแต่ให้บรรลุเป้าหมายใหญ่จะใช้วิธีการใดก็ไม่สําคัญ แม้ไม่ถูกต้องชอบธรรมตามหลักการ แต่หากตนเป็นฝ่ายชนะก็สามารถเป็นผู้เขียนกติกาใหม่ให้สิ่งที่เคยผิดกลายเป็นถูกได้ คล้ายกับคําที่มักกล่าวกันว่า “ผู้กําชัยชนะเท่านั้นคือผู้ที่มีสิทธิ์เขียนประวัติศาสตร์ใหม่ได้” กรณีการลอบสังหารประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้วก็เป็นตัวอย่างของเกมการเมืองอันซับซ้อนที่ไม่รู้ว่าจะสามารถเชื่อในสิ่งที่เห็นได้หรือไม่ Continue reading เหตุการณ์ลอบสังหาร โรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลเบื้องลึกจาก Deep Throat แหล่งข่าวลึกลับผู้เปิดโปงประธานาธิบดีนิกสัน

ข้อมูลเบื้องลึกจาก Deep Throat แหล่งข่าวลึกลับผู้เปิดโปงประธานาธิบดีนิกสัน

แต่แล้วก็คล้ายสวรรค์มีตา เมื่อ บ็อบ วูดเวิร์ด และ คาร์ล เบิร์นสไตน์ ได้รับการติดต่อจากแหล่งข่าว ปริศนาผู้หนึ่ง ลอบให้ข้อมูลชนิด “ลับสุดยอด” ให้แก่ทั้งสอง บุคคลดังกล่าวใช้นามแฝงว่า “ดีพ โธรท (Deep Throat)” ข้อมูลที่ดีพโธรทให้วูดเวิร์ด กับ เบิร์นสไตน์ นี้เป็นข้อมูลในชั้นความลับที่ลึกมาก มาจากการสืบสวนของเอฟบีไอที่ต้องเป็นคนวงในจริงๆเท่านั้นจึงจะทราบเรื่องนี้ และต้องเป็นคนในระดับสูงของเอฟบีไอเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

แต่วูดเวิร์ด และ เบิร์นสไตน์ ก็ไม่อาจทราบชื่อเสียงเรียงนามหรือสถานะที่แท้จริงของบุคคลที่แอบให้ข้อมูลลับนี้แก่เขาได้ เพราะบุคคลผู้นี้ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน จึงเรียกเขาด้วยนามแฝงว่า ดีพ โธรท เท่านั้น เพื่อใช้ระบุตัวตนและใช้ในการติดต่อเพื่อให้ข้อมูล (ชื่อ ดีพ โธรท นี้นํามาจากภาพยนตร์สําหรับผู้ใหญ่เรื่องหนึ่งที่ฮือฮาอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว) Continue reading ข้อมูลเบื้องลึกจาก Deep Throat แหล่งข่าวลึกลับผู้เปิดโปงประธานาธิบดีนิกสัน

เปิดแฟ้มคดีวอเตอร์เกต กรณีอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา

เปิดแฟ้มคดีวอเตอร์เกต กรณีอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา

กล่าวถึงคดีดังในประวัติศาสตร์ของวงการสื่อมวลชนที่แสดงให้เห็นถึงพลังอํานาจของสื่อที่สามารถขุดคุ้ยจนพบการโกงการเลือกตั้งระดับโลกอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และกล้าที่จะนําออกมาแฉให้คนทั้งโลกได้รู้จนถึงกับทําให้ผู้นั่งอยู่ในตําแหน่งอันทรงอํานาจระดับประธานาธิบดีสหรัฐฯจําต้องยินยอมเขียนใบลาออกอําลาจากทําเนียบขาวไปเองเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ คงไม่มีคดีใดอีกแล้วที่จะโด่งดังเท่ากับคดี “วอเตอร์เกต (Water gate)” Continue reading เปิดแฟ้มคดีวอเตอร์เกต กรณีอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา

ความขัดแย้งทางด้านการเมืองของฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา

ความขัดแย้งทางด้านการเมืองของฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ว่ากรณีการลอบสังหารเคนเนดีจะไปถึงทางตันทุกครั้งที่มีการสืบสวน แต่ก็ยังมีผู้พยายามสืบเสาะหาข้อมูลใหม่ๆในเบื้องลึกออกมาเผยแพร่กันอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา จนมีข้อมูลด้านต่างๆออกมาเปิดเผยอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน มีเรื่องราวอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจและถูกนํามาพูดกันอย่างแพร่ หลายในภายหลังซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ทีมอัยการแกร์ริสันสืบพบอย่างมากก็คือเรื่องที่มีผู้อ้างตัวว่าเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอผู้หนึ่งชื่อ วินสตัน สก็อตต์ (Winston Scott) ซึ่งอ้างตนว่าเป็นอดีตสายลับของซีไอเอ และเคยประจําการอยู่ที่เม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงประเทศเม็กซิโก Continue reading ความขัดแย้งทางด้านการเมืองของฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา

แผนปฏิบัติการมองกูส ต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าซีไอเอมีส่วนรู้เห็นในกรณีลอบสังหารประธานาธิบดี

แผนปฏิบัติการมองกูส ต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าซีไอเอมีส่วนรู้เห็นในกรณีลอบสังหารประธานาธิบดี

ภายหลังจากที่ จิม แกร์ริสัน ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆเหล่านี้จนเข้ารูปเข้ารอยแล้ว เขาจึงขอนําคดีนี้ขึ้นฟ้องศาลอีกครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1967 โดยเริ่มต้นจากการส่งฟ้อง เคลย์ ชอว์ กับ เดวิด เฟอร์รี ในข้อหารู้เห็นเป็นใจกับ ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ในการลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี แต่ ก่อนที่คดีของ เคลย์ ชอว์ จะถูกนําขึ้นชั้นศาล เดวิด เฟอร์รี ก็ชิงฆ่าตัวตายไปอย่างเป็นปริศนาอีกคนหนึ่ง โดยทิ้งจดหมายลาตายอย่างชวนสงสัยเอาไว้ด้วย และต่อมา กาย บานิสเตอร์ เกิดถูกฆาตกรรมตายตามไปอีกคน ทิ้งเงื่อนงําอันชวนสงสัยไว้อีกเช่นกัน Continue reading แผนปฏิบัติการมองกูส ต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าซีไอเอมีส่วนรู้เห็นในกรณีลอบสังหารประธานาธิบดี