ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

ตำนานดาวยูเรนัส (Uranus) ต้นกำเนิดแห่งวงศ์วานเทพเจ้ากรีก

ดาวยูเรนัส (Uranus)

หรือดาวมฤตยูในชื่อไทย โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 7 แต่มีขนาดใหญ่เป็นลําดับ 3 อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 2,871 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 51,118 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 83.8 ปี ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 17.14 ชั่วโมง (หมุนรอบตัวเองตรงข้ามกับดาวเคราะห์อื่น) มวลของดาวยูเรนัสคือฮีเลียมและไฮโดรเจน บรรยากาศประกอบด้วยฮีเลียม ไฮโดรเจน และมีเทนเป็นส่วนใหญ่

ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ก๊าซ แกนของดาวเอียงมากจึงหมุนรอบตัวเองในลักษณะตะแคงข้างทําให้มีฤดูกาลยาวนานมาก ดาวข้างหนึ่งเป็นหน้าร้อนเสีย 42 ปี ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นหน้าหนาวเสีย 42 ปี ความที่พลังงานจากดวงอาทิตย์แผ่ไปถึงดาวดวงนี้ได้เพียง 0.27% ของพลังงานที่แผ่มาถึงโลก ทําให้ฤดูหนาวและฤดูร้อนมีอุณหภูมิต่างกันแค่ 2 องศาเซลเซียสเท่านั้น

ผู้ค้นพบดาวยูเรนัสคือ เซอร์วิลเลียม เฮอร์เชล ในปี พ.ศ. 2324 หมายความว่าเราเพิ่งรู้จักดาวยูเรนัสได้เพียง 200 กว่าปี กระนั้นจากวันนั้นถึงวันนี้ก็แทบพูดได้ว่ายังไม่รู้เรื่องของดาวยูเรนัสมากนัก ได้แต่เพียงสังเกตการณ์ ตั้งสมมุติฐานอย่างคร่าวๆและเท่าที่พอจะรู้ก็คือดาวยูเรนัสแผ่ความร้อนออกมาจากแกนกลางได้น้อยมากเมื่อเทียบกับดาวพฤหัสและดาวเสาร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังหาคําตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร

ดาวยูเรนัสมีสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงเช่นเดียวกับดาวเคราะห์ก๊าซอื่นๆ แต่สนามแม่เหล็กไม่ได้มาจากศูนย์กลางเหมือนดาวทั่วๆไป และยูเรนัสก็มีวงแหวนเช่นเดียวกับดาวพฤหัสและดาวเสาร์ แต่ปกติก็จางเกินกว่าจะเห็นได้จากโลก

ชาวกรีกนั้นแต่เดิมไม่รู้จักดาวยูเรนัส พวกเขารู้จักดาวที่โคจรในท้องฟ้าเพียงแค่ 5 ดวง คือ ดาวพุธ (Mercury) ดาวศุกร์ (Venus) ดาวอังคาร (Mars) ดาวพฤหัส (Jupiter) ดาวเสาร์ (Saturn) ส่วนดาวยูเรนัสจากการค้นพบของวิลเลี่ยม เฮอร์เชล เป็นการเพิ่มดาวเข้ามาในระบบดาวเคราะห์ขึ้นอีกหนึ่งดวง แต่แรกเขาไม่ได้ตั้งชื่อยูเรนัสให้แก่ดาวดวงนี้ แต่ตั้งชื่อ จอร์เจียน ไซดัส หรือดวงดาวของพระเจ้าจอร์จ ทว่าชื่อนี้ไม่เป็นที่นิยม ในที่สุดจึงมีการเลือกเอาชื่อเทพมาตั้งให้คล้องจองเป็นชุดเดียวกันตามท้องเรื่องเทวดากรีก (ที่ชาวโรมันรับเอาไปแล้วเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ แล้วเราก็เรียกตาม โรมันนั่นเอง) นั่นคือดาวอังคาร หรือ มาร์ส (Mars) เทพอังคาร ซึ่งภาษากรีกเรียกเทพองค์นี้ว่า แอรีส (Ares) มาร์สเป็นลูกของ จูปิเตอร์ (Jupiter) หรือ ซูส (Zeus) ในภาษากรีก

จูปิเตอร์เป็นลูกของแซทเทิร์น (Saturn) หรือโครนัส (Cronus) ในภาษากรีก และแซทเทิร์นก็เป็นลูกของยูเรนัส หรืออูรานอส (Ouranos) แต่ยูเรนัสหรืออูรานอสแปลกไปจากชื่อเทพอื่นที่กล่าวมา เพราะเป็นชื่อกรีก และคนก็นิยมชื่อกรีกเสียด้วย ไม่เหมือนมาร์ส, จูปิเตอร์ หรือแซทเทิร์นที่เป็นภาษาโรมัน ส่วนชื่อเทพองค์นี้ในภาษาโรมันคือ แคลุส (Caelus)

ยูเรนัสมีดวงจันทร์ของดาวพบแล้วปัจจุบันราว 27 ดวง แต่ดวงใหญ่ที่สุดมี 10 ดวง ตั้งชื่อว่า ทิทาเนีย, โอเบอรอน, อัมเบรียล, แอเรียล, มิแรนดา, ซีคอแรกซ์, พัค, พอร์เชีย, แคลิบัน, จูเลียต นับเป็นชื่อที่ค่อนข้างแปลกแยกกว่าดวงจันทร์ของดาวอื่นๆ ด้วยเหตุที่นํามาจากตัวละครของเช็คสเปียร์และอเล็กซานเดอร์ โป๊ป นักประพันธ์ชื่อดังชาวอังกฤษ จึงไม่มีดวงไหนเกี่ยวข้องกับตํานานกรีกเลย

ส่วนดวงจันทร์ของยูเรนัส 27 ดวง มีนามดังนี้ ดวงจันทร์ขนาดใหญ่คือ คอร์เดเลีย (Cordella), ออฟีเลีย (Ophelia), เบียงก้า (Bianca), เครสสิดา (Cressida), เดสเดโมนา (Desdemona), จูเลียต (Juliet), พอร์เชีย (Portia), โรซาลินด์ (Rosalind), เบลินดา (Belinda), พัค (Puck), มิแรนดา (Miranda), แอเรียล (Ariel), อัมเบรียล (Umbriel), ทิทาเนีย (Titania), โอเบอรอน (Oberon), แคลิบัน (Caliban), ซีคอแรกซ์ (Sycorax), พรอสเพโร (Prospero), เซเทบอส (Setebos), สเตฟาโน (Stephano), ทริงคโล (Trinculo) และอีก 6 ดวง ภายหลังตั้งชื่อว่า คิวปิด (Cupid), เพอร์ติตา (Perdita), แมบ (Mab), ฟรานซิสโก (Francisco), มาร์กาเรต (Margaret), และเฟอร์ดินานด์ (Ferdinand) (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

 

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet