เปิดแฟ้มคดีวอเตอร์เกต กรณีอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา

เปิดแฟ้มคดีวอเตอร์เกต กรณีอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา

กล่าวถึงคดีดังในประวัติศาสตร์ของวงการสื่อมวลชนที่แสดงให้เห็นถึงพลังอํานาจของสื่อที่สามารถขุดคุ้ยจนพบการโกงการเลือกตั้งระดับโลกอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และกล้าที่จะนําออกมาแฉให้คนทั้งโลกได้รู้จนถึงกับทําให้ผู้นั่งอยู่ในตําแหน่งอันทรงอํานาจระดับประธานาธิบดีสหรัฐฯจําต้องยินยอมเขียนใบลาออกอําลาจากทําเนียบขาวไปเองเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ คงไม่มีคดีใดอีกแล้วที่จะโด่งดังเท่ากับคดี “วอเตอร์เกต (Water gate)” Continue reading เปิดแฟ้มคดีวอเตอร์เกต กรณีอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา

ความขัดแย้งทางด้านการเมืองของฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา

ความขัดแย้งทางด้านการเมืองของฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ว่ากรณีการลอบสังหารเคนเนดีจะไปถึงทางตันทุกครั้งที่มีการสืบสวน แต่ก็ยังมีผู้พยายามสืบเสาะหาข้อมูลใหม่ๆในเบื้องลึกออกมาเผยแพร่กันอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา จนมีข้อมูลด้านต่างๆออกมาเปิดเผยอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน มีเรื่องราวอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจและถูกนํามาพูดกันอย่างแพร่ หลายในภายหลังซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ทีมอัยการแกร์ริสันสืบพบอย่างมากก็คือเรื่องที่มีผู้อ้างตัวว่าเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอผู้หนึ่งชื่อ วินสตัน สก็อตต์ (Winston Scott) ซึ่งอ้างตนว่าเป็นอดีตสายลับของซีไอเอ และเคยประจําการอยู่ที่เม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงประเทศเม็กซิโก Continue reading ความขัดแย้งทางด้านการเมืองของฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา

แผนปฏิบัติการมองกูส ต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าซีไอเอมีส่วนรู้เห็นในกรณีลอบสังหารประธานาธิบดี

แผนปฏิบัติการมองกูส ต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าซีไอเอมีส่วนรู้เห็นในกรณีลอบสังหารประธานาธิบดี

ภายหลังจากที่ จิม แกร์ริสัน ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆเหล่านี้จนเข้ารูปเข้ารอยแล้ว เขาจึงขอนําคดีนี้ขึ้นฟ้องศาลอีกครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1967 โดยเริ่มต้นจากการส่งฟ้อง เคลย์ ชอว์ กับ เดวิด เฟอร์รี ในข้อหารู้เห็นเป็นใจกับ ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ในการลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี แต่ ก่อนที่คดีของ เคลย์ ชอว์ จะถูกนําขึ้นชั้นศาล เดวิด เฟอร์รี ก็ชิงฆ่าตัวตายไปอย่างเป็นปริศนาอีกคนหนึ่ง โดยทิ้งจดหมายลาตายอย่างชวนสงสัยเอาไว้ด้วย และต่อมา กาย บานิสเตอร์ เกิดถูกฆาตกรรมตายตามไปอีกคน ทิ้งเงื่อนงําอันชวนสงสัยไว้อีกเช่นกัน Continue reading แผนปฏิบัติการมองกูส ต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าซีไอเอมีส่วนรู้เห็นในกรณีลอบสังหารประธานาธิบดี

ตีแผ่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี

ตีแผ่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี

จากรายงานของ เอฟบีไอ หรือหน่วยสืบสวนกลางสหรัฐฯนั้นระบุว่า ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ยิงกระสุนออกมา 3 นัด นัดที่ 1 เข้าที่ร่างของเคนเนดี นัดที่ 2 เข้าที่หน้าอกของคอนเนลลี ส่วนนัดที่ 3 เข้าที่ศีรษะของเคนเนดี แต่ในความเป็นจริงบนตัวของคอนเนลลีนั้นมีบาดแผลถึง 4 แห่งด้วยกัน เพียง แต่ไม่ถูกจุดสําคัญเท่านั้น ซึ่งถ้าหากนําบาดแผลที่อยู่บนร่างของเคนเนดีและคอนเนลลีรวมกันก็จะมีรอยกระสุนทั้งหมด 6 แห่ง ซึ่งยังไม่รวมรอยกระสุนที่ปรากฏอยู่บนตัวรถอีกหลายจุด เช่นที่กระจกบังลมหรือตรงกรอบกระจกอีกด้วย Continue reading ตีแผ่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี

จิม แกร์ริสัน กับความพยายามในการไขปริศนาคดีลอบสังหารประธานาธิบดี

จิม แกร์ริสัน กับความพยายามในการไขปริศนาคดีลอบสังหารประธานาธิบดี

สิ่งที่ จิม แกร์ริสัน พบและนําไปสู่การไขปริศนาครั้งนั้นซึ่งสามารถต่อยอดไปถึงผู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกลุ่มคนเหล่านี้ได้ เริ่มต้นมาจากข้อสงสัยของเขาที่ไม่เชื่อว่าวิถีกระสุนจะมาจากปืนไรเฟิลตรงอาคารที่เก็บหนังสือเรียนเท็กซัสของออสวอลด์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จากการตรวจสอบรอบๆบริเวณ ดีลลีย์ พลาซา สถานที่เกิดเหตุ และยังได้สอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นอีกหลายปาก ยิ่งทําให้เขามั่นใจว่าต้องมีมือปืนมากกว่าหนึ่งคนอย่างแน่นอน Continue reading จิม แกร์ริสัน กับความพยายามในการไขปริศนาคดีลอบสังหารประธานาธิบดี

เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

กล่าวถึงการลอบสังหารบุคคลสําคัญที่เป็นถึงระดับผู้นําประเทศนั้น กรณีที่ลือลั่นและซับซ้อนที่สุดก็คือกรณีการลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) จอห์น เอฟ. เคนเนดี คือประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกลอบสังหารเสียชีวิตลงในขณะที่ยังดํารงตําแหน่งอยู่ โดยถูกลอบสังหารในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 ระหว่างเยี่ยมเมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส พร้อมกับภริยาคือ แจ็กเกอลีน บูวิเยร์ เคนเนดี (Jacqueline Bouvier Kenendy) Continue reading เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

สหรัฐอเมริกาเริ่มจับสัญญาณความผิดปกติของรัสเซียที่ลอบเข้าไปสร้างฐานยิงขีปนาวุธในคิวบาได้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1962 โดยเครื่องบินสอดแนมแบบ ยู-2 (U-2) ของสหรัฐฯสามารถถ่ายภาพเครื่องบินขับไล่แบบ มิก-21 (Mig-21) ของรัสเซียฝูงหนึ่งกับเครื่องบินทิ้งระเบิด และขีปนาวุธที่ใช้ ยิงจากพื้นขึ้นสู่อากาศจํานวนหนึ่งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆหลายจุด จากภาพเหล่านั้นทําให้สหรัฐฯวิเคราะห์ได้ว่าเป็นการเตรียมการก่อสร้างฐานขีปนาวุธ เรื่องนี้ถูกรายงานไปถึงประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี (John F. Kennedy) ประธานาธิบดีเวลานั้นในวันที่ 10 ตุลาคม และในเวลาใกล้เคียงกัน ทางด้านวุฒิสมาชิกแห่งรัฐฟลอริดาในเวลานั้นซึ่งมาจากพรรครีพับลิกันก็ได้รับรายงานจากสายข่าวที่เป็นชาวคิวบาลี้ภัยในเรื่องเดียวกันนี้ Continue reading วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

กล่าวถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 ใครๆก็มักจินตนาการไปถึงภาพสงครามทําลายล้างกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่ต่างฝ่ายต่างกดปุ่มยิงกันไปมาจนโลกทั้งโลกพินาศลงไปในพริบตา จากฝันร้ายเมื่อครั้งปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสหรัฐอเมริกานําระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูกไปถล่มที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นจนทําให้เมืองทั้งเมืองต้องพินาศลงในทันที และมีผู้คนล้มตายทันทีหลายแสนคน ส่วนคนที่รอดชีวิตก็ทุพพลภาพและมีชีวิตอยู่อย่างทุกทรมานคล้ายตายทั้งเป็นอีกมากมายซึ่งหลายๆภาพยังคงจําติดตาถึงความสยดสยองในครั้งนั้น Continue reading วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 13 วันอันตรายที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

แต่ตัวอย่างเช่นสงครามเกาหลีเหนือ-ใต้ก็เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกจนได้ในอีกไม่กี่ปีต่อมาที่ประเทศ เวียดนาม ซึ่งก็คือสงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกประเทศออกไปเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้อีกเช่นกัน และเป็นสงครามตัวแทนระหว่างมหาอํานาจสองค่ายคือ รัสเซียและสหรัฐอเมริกาในยุคของสงครามเย็นอีกด้วยเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่สงครามเกาหลีไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะอย่างเด็ดขาด และยังทิ้งโจทย์ในการแบ่งแยกประเทศที่ไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ค้างคามาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลามากกว่าครึ่งค่อนศตวรรษแล้ว ส่วนสงครามเวียดนามนั้นสิ้นสุดลงพร้อมกับความปราชัยของฝ่ายสหรัฐอเมริกา และเวียดนามก็สามารถจะรวมชาติให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้สําเร็จ Continue reading สงครามเวียดนาม ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ชาติมหาอำนาจของโลกยังต้องปราชัย

สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น

สําหรับทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาภายหลังจากที่ได้มีการตกลงแบ่งเกาหลีออกเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ได้เพียงไม่กี่เดือนนั้น สหรัฐอเมริกาก็เริ่มวิ่งเต้นที่จะให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในเกาหลีเพื่อชิงโอกาสให้ประเทศเกาหลีเป็นประเทศประชาธิปไตยหนึ่งเดียว โดยพยายามเที่ยวหาเสียงสนับสนุนตนให้มีพลังมากพอซึ่งก็ได้อังกฤษเข้ามาช่วยหาเสียงอีกแรง และเมื่อแน่ใจว่ามีเสียงสนับสนุนมากพอแล้ว สหรัฐฯก็นําเรื่องเข้าสู่สหประชาชาติเพื่อลงมติในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1947 เพื่อเป็นการกดดันรัสเซีย โดยสหประชาชาติได้ผ่านมติให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 แต่รัสเซียก็คว่ำบาตรมตินี้ เพราะเกรงว่าฝ่ายตนจะสูญเสียอิทธิพลลงไปภายหลังจากการ เลือกตั้ง จึงประกาศให้มีการเลือกตั้งเฉพาะของฝ่ายเกาหลีเหนือในวันที่ 25 สิงหาคมปีเดียวกันคู่ขนานกันไปกับการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ Continue reading สงครามเกาหลี กรณีพิพาทที่เกิดจากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในยุคสงครามเย็น