โพรมิธิอัส (Prometheus) เทพไทแทนผู้ให้กำเนิดมนุษยชาติ

โพรมิธิอัส

โพรมิธิอัส (Prometheus) เทพไทแทนผู้ให้กำเนิดมนุษยชาติ

โพรมิธิอัส-Prometheus เป็นเทพที่สําคัญต่อพวกเราชาวโลกมาก (ตามความคิดของชาวกรีกแล้ว) ไม่มีโพรมิธิอัสก็ไม่มีเรา เพราะเขาเป็นผู้สร้างมนุษยชาติ ประวัติของโพรมิธิอัสนั้นมีอยู่ว่าเขาป็นเทพไทแทนองค์หนึ่งที่เกิดจากการแต่งงานของเทพไทแทนไอเอพพิทัสและนางนิมฟ์เอเชีย เป็นลูกหนึ่งในสี่คนที่เกิดเป็นแฝดสองคู่ โดยตัวเขาเกิดคู่กับเอพิมิธิอัส-Epimetheus (ส่วนอีกสองนั้นคือ เมนีทิอัสและแอตลาส) นามโพรมิธิอัสแปลว่า “เห็นล่วงหน้า” (อาจหมายความว่าคิดก่อนทําก็ได้) ส่วนเอพิมิธิอัสแปลว่า “เห็นทีหลัง” (เข้าทํานองทําแล้วถึงคิดได้) Continue reading โพรมิธิอัส (Prometheus) เทพไทแทนผู้ให้กำเนิดมนุษยชาติ

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

สงครามไทแทน

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

และแล้วสองฝ่ายก็นําทัพเข้าโรมรันกัน ท่ามกลางทุ่งรบในเทสซาลี ฝั่งเทพไทแทนมีที่มั่นอยู่บนเขาออธรีส-Othrys ส่วนฝั่งเทพหนุ่มที่เกิดขึ้นใหม่มีที่มั่นอยู่ยังเขาโอลิมปัส-Olympus (ทําให้ต่อมาเรียกว่าพวกโอลิมเปียน และสงครามคราวนี้เรียกว่าไทแทนโนมาคี-Titanomachy หรือก็คือที่มาของตํานานภาคปัจจุบันที่นํามาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องสงครามมหาเทพ Clash of Titans) แต่การรบของเทวาทั้งสองค่ายผ่านไปถึง 10 ปี ก็ไม่มีใครแพ้ใครชนะเด็ดขาด พระแม่ธรณีไกอาจึงสอดมือเข้าแทรก แนะนําให้ซูสปล่อยพวกไซคลอปส์ขึ้นมาจากทาร์ทารัส ชักจูงให้เข้าพวก ซูสก็ลงไปบาดาล ฆ่าอสูรที่เฝ้านักโทษแล้วปล่อยพวกไซคลอปส์ออกมา เพื่อเป็นการตอบแทนยักษ์ไซคลอปส์ก็กลายเป็นพันธมิตรกับซูส ทําให้ความได้เปรียบเริ่มเอนเอียงมาทางฝ่ายโอลิมเปียน

ยักษ์ไซคลอปส์รู้ที่ซ่อนของอาวุธวิเศษต่างๆ ทั้งสามารถให้พรได้ก็ประสิทธิ์ประสาทให้ซูสมีอํานาจเหนือสายฟ้าและฟ้าแลบ (ซึ่งต่อมาสายฟ้าก็กลายเป็นอาวุธประจําตัวซูส) เอาหมวกเหล็กวิเศษแห่งรัตติกาล ทําให้ผู้สวมใส่ล่องหนได้มาให้แก่เฮดีส มอบสามง่ามวิเศษให้แก่โพไซดอน เฮดีสได้หมวกเหล็กก็สวมใส่แล้วหายตัวเข้าไปขโมยอาวุธของโครนัส โพไซดอนตามติดเข้าถึงตัวโครนัส เอาสามง่ามเข้าต่อสู้จนพระบิดาเพลี่ยงพล้ำ ซูสมองภาพนั้นด้วยความสะใจ พระองค์ขว้างสายฟ้าให้เกิดเสียงสนั่นเป็นการแสดงความบันเทิงใจที่โค่นโครนัสลงได้

คงแทบไม่ต้องบอกว่าในที่สุดฝ่ายไทแทนแพ้ เทพโอลิมเปียนกําชัยเด็ดขาด ซูสจับโครนัสลงไปจองจําอยู่ในนรกใต้ดินแทนที่พวกไซคลอปส์เดิม รวมทั้งไทแทนคนใดก็ตามที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามก็ถูกส่งลงไปขังในนรกทาร์ทารัสจนสิ้น สําหรับคนที่โดนลงโทษมากที่สุดเห็นจะเป็นแอตลาส เพราะเขาเป็นขุนพลใหญ่ที่มีบทบาทในสงครามมากกว่าใคร จึงต้องโทษให้แบกสวรรค์ไว้ตลอดไป

หลังสงครามเสร็จสิ้น ซูสก็ขึ้นครองสวรรค์ ตั้งวงศ์โอลิมเปียนขึ้น แบ่งสันปันส่วนแผ่นดินแห่งโลกกันไปครอง

สงครามกับยักษ์

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

ถึงแม้ว่าตอนนี้ซูสจะได้นั่งบัลลังก์เทพหลังสงครามไทแทนเป็นใหญ่กว่าบรรดาเทพทั้งมวลที่เคยมีมาในโลกแล้วก็ตามนะครับ แต่ก็ใช่ว่าพระองค์จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุก็เพราะท่านทวดไกอายังคงไม่พอใจต่อไปอีก แม้ว่าลูกของท่านที่เคยถูกจองจําอยู่ใต้บาดาลอย่างพวกเฮกะทองคีเรส หรือพวกอสูรร้อยแขนห้าสิบหัวและพวกไซคลอปส์จะได้รับอิสระแล้ว แต่พวกไทแทนอันมีโครนัสเป็นอาทิซึ่งก็เป็นลูกของท่านเช่นกันกลับถูกจองจําที่นั่นแทน พระนางก็เข้าทํานองเดิมคือขอร้องซูสแต่ซูสก็ยืนกรานไม่ยอมปล่อย

ท่านทวดไกอาพิโรธหนักที่เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว เมื่อไม่ได้อย่างใจท่านก็เลยวางแผน ไกอาเรียกหาพวกยักษ์สิ่งมีชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่ให้กําเนิดเมื่อเลือดของยูเรนัส ตกลงบนตัวพระนาง-รวบรวมพลยักษ์ได้มากมายรวมทั้งเอ็นเซลาดส-Enceladus และโพรฟรีออน-Porphyrion มอบหมายตําแหน่งนําทัพให้แก่ยักษ์อัลซียอนเนส -Alcyoneus ไกอาปลุกใจเหล่ายักษ์ให้จับอาวุธขึ้นสู้มหาเทพ ให้กําลังใจว่าจะไม่มีใครเอาชนะยักษ์ได้ ไกอาจัดการหาเวทมนตร์ทุกอย่างที่จะปกป้องยักษ์ด้วยเหตุที่มันเป็นพวกตายได้ พระแม่ธรณียังไปบีบให้เทพีชะตากรรมลิขิตเส้นทางของยักษ์เพื่อไม่ให้พวกมันถึงแก่มรณะ

เทพีแห่งชะตากรรมถึงจะรู้ว่าชะตาลิขิตอนาคตของยักษ์ไว้แล้ว แต่ก็พยายามตามใจไกอา พวกนางหาทางหลีกเลี่ยงได้เพียงว่ายักษ์ทั้งหลายจะไม่ตายหากโดนเทพหรือมนุษย์แทงด้วยดาบ แต่จะตายก็ต่อเมื่อโดนเทพและมนุษย์ร่วมมือกันแทงในหนเดียว กระนั้นไกอายังไม่ไว้ใจ คิดจะจัดหาสมุนไพรวิเศษที่จะช่วยเยียวยาบาดแผลของยักษ์หากโดนพวกมนุษย์ทําร้าย สถานการณ์กบฏเงียบดูท่าจะกําลังได้เปรียบชาวสวรรค์อยู่ในขณะนี้

ระหว่างนั้นเอง ซูสก็รู้เรื่องกบฏที่ก่อเค้า (ไม่ต้องสงสัยว่าคนกระซิบบอกจะต้องเป็นมีทิส-มเหสีผู้ภักดีแน่ๆ) สิ่งแรกที่เขาทําคือสั่งให้เทพแห่งดวงอาทิตย์ เทพีแห่งอรุณ และเทพีจันทราหยุดส่องแสงสักพักหนึ่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเขากําลังทําอะไร แล้วหาทางเก็บสมุนไพรวิเศษก่อนที่ท่านทวดไกอาจะเอาไปชุบชีวิตยักษ์จนเกลี้ยง

ในที่สุดเวลาสําคัญก็มาถึง ทั้งสองฝ่ายยกทัพเข้ารบกันที่พาลลีนี-Pallene เกาะห่างชายฝั่งทะเลแห่งเธรช ซึ่งเป็นที่เกิดของพวกยักษ์ แต่รบกันไปรบกันมาเทวาก็จัดการปราบยักษ์ลงไม่ได้เสียที ร้อนถึงเทพีเฮราต้องจัดการทํานายขึ้น และนางก็ให้คําทํานายว่าชัยชนะของเทพจะไม่มีวันได้มา หากไม่มีความร่วมมือของชายที่มีแม่เป็นมนุษย์ มีพ่อเป็นเทพ การหามนุษย์ที่มีความสามารถเท่าเทพก็เกิดขึ้น และก็แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครเก่งเกินวีรบุรุษ เฮอร์คิวลิส-Hercules (กรีก : เฮราเคิล) ไปได้

สงครามคราวนี้เลยมีเฮอร์คิวลิสเข้าพวกกับเทพวงศ์โอลิมเปียน กล่าวกันว่าเมืองพาลลีนีเป็นที่มั่นของยักษ์ในระหว่างสงครามคราวนี้เป็นบ้านเกิดของอัลชียอนเนิส และเขาจะไม่มีวันแพ้หากยังรบอยู่ที่บ้าน เฮอร์คิวลิสเลยจัดการจับตัวยักษ์อัลซียอนเนิสแบกออกไปนอกอาณาเขตพาลลีนีแล้วจัดการฆ่าเสีย ฝ่ายยักษ์จึงเริ่มเพลี่ยงพล้ำ พวกยักษ์เริ่มโจมตีครั้งสุดท้าย สําแดงเดชด้วยการโยนท่อนฟื้นติดไฟและหินขนาดใหญ่ใส่พวกเทพ ซูสหลบหลีกได้ คว้าสายฟ้าอาวุธประจํากายขว้างสู้ เสียง อสุนีบาตดังสนั่นลั่นไปสามโลก โพไซดอนเข้าสมทบ ยกสามง่ามอาวุธวิเศษประจํากายพุ่งใส่ยักษ์ ส่วนอธีน่า-Athena ธิดาของซูสถือโล่วิเศษอีจีสคุ้มตัวก็พุ่งสายฟ้าใส่ยักษ์ ยักษ์ตนสําคัญที่อธีน่าฆ่าในสงครามคราวนี้ก็คือเอ็นเซลาดัง ชื่อที่เอามาเป็นดวงจันทร์ของดาวเสาร์นั่นแหละ สุดท้ายสงครามคราวนี้เทพจึงเป็นฝ่ายชนะตามเคย

สงครามไทฟอน

ตำนานแซทเทิร์น เทพโครนัสผู้ถูกโอรสล้มล้างตามคำสาปแช่ง ตอนที่ 2

อย่างไรก็ตามครับ สงครามทั้งสองครั้งไม่ใช่สงครามอันเป็นที่สุดของเทพวงศ์โอลิมเปียน ดูเหมือนว่าเทพวงศ์นี้จะต้องผจญอยู่กับความโกรธเกรี้ยวของบรรพบุรุษ (เพียงคนเดียวก็คือไกอา) ไม่ได้หยุด เพราะถึงแม้ว่าสงครามเทพกับยักษ์จะไม่ประสบความสําเร็จ เทพีไกอาก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ กาลต่อมาท่านทวดก็ก่อหวอดส่งสงครามขึ้นอีก คราวนี้ไปลากเอาลูกอีกตนหนึ่งขึ้นมาจากทาร์ทารัส คือ ไทฟอน-Typhon มาใช้ ลูกของเจ้าแม่ธรณีตัวนี้นับว่าเป็นสัตว์ประหลาดน่ากลัวมากที่สุด หัวของมันไม่เพียงสูงเยี่ยมเกินขุนเขาทุกลูกในโลกแต่เหยียดไปถึงดวงดาว มือทั้งสองข้างของมันแตกแขนงออกเป็นร้อย และล้วนเป็นหัวมังกรนับไม่ถ้วนแทนที่จะเป็นนิ้ว ตั้งแต่เอวลากลงมาถึงดินคือตัวงู มันมีปีกและดวงตาของมันเป็นไฟแลบเลีย

เรื่องเล่าว่าเมื่อซูสเห็นมันถึงกับตกใจกลัว คว้าสายฟ้าขว้างลงมาจนร่างกายของมันแตกเป็นเสี่ยง ซากถูกนําไปตรึงไว้ในทาร์ทารัส แต่ในบางตํานานเล่าไว้ละเอียดกว่านั้นว่าเมื่อไทฟอนโจมตีสวรรค์ เหล่าเทพต่างๆพากันตกใจ หนีออกจากสวรรค์กันวุ่นวายไปไกลถึงอียิปต์ และต่างก็แปลงกายเป็นอะไรต่อมิอะไรกันมากมาย เช่นอพอลโลแปลงเป็นว่าว มาร์สเป็นปลา ไดโอไนซัสเป็นแพะ เฮพเฟสตัสเป็นวัว มีแต่ซูสกับอธีน่าเท่านั้นที่ปักหลักสู้กับไทฟอน แต่ในที่สุดซูสก็ปล้ำกับไทฟอนไปจนถึงภูเขาแคซีอัสชายแดนระหว่างอียิปต์กับอราเบีย ไทฟอนถูกซูสแทงบาดเจ็บเข้าแผลหนึ่ง แต่มันก็พยายามทน ที่สุดมันหาทางตัดเส้นเอ็นมือและเท้าของซูสได้ แบกร่างเทพไปถึงซิลิเชีย ขังเทพบดีไว้ในถ้ำโดยใช้ให้มังกรเดลฟื้นเฝ้าหน้าถ้ำไว้ ไทฟอนยังเอาเอ็นมือและเอ็นเท้าของซูสซ่อนไว้ในหนังหมีอีกด้วย

ตอนนี้เทพเจ้าทั้งหลายก็ขาดผู้นําที่ทรงอํานาจพอจะปกป้องพวกเขาได้ ต่างคนแม้พยายามหาช่องทางแต่ก็ไม่มีใครคิดออก ยกเว้นเฮอร์มิสและแพนหาอุบายไปขโมยเอ็นของซูสมาได้สําเร็จ จึงเอาไปประกอบมือเท้าให้ทําให้ซูสกลับมีพละกําลัง จากนั้นสงครามระหว่างซูสกับไทฟอนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการแก้แค้นของมหาเทพ พระองค์เที่ยวตามหาไทฟอนไปทั่วเป็นเวลายาวนาน จนในที่สุดก็พบตัวมัน สองฝ่ายต่อสู้พันตูกันอย่างดุเดือดจนสิ้นสุดลงที่ซิซิลี และซูสก็ยกภูเขาไฟ เอ็ดน่าทับไทฟอนเอาไว้ มันจึงกลายเป็นนักโทษตลอดกาล คนกรีกเชื่อกันว่าใต้ภูเขานั้นก็คือไฟอันไม่มีวันหมดของไทฟอนผู้โกรธเกรี้ยวนั่นเอง

ชื่อไทฟอน ภายหลังชาวอาหรับรับไปใช้ แล้วกลายเป็นชื่อเรียกพายุ “พายุไต้ฝุ่น” ที่เรารู้จักในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามในยุคสมัยของซูสและเทพแห่งวงศ์โอลิมเปียนยังมีเทพไทแทนเก่าอีกสองสามองค์ที่เป็นกลางและยังทําหน้าที่ร่วมกับเทพใหม่ๆเคียงกันไป เช่นว่า ไฮเพอริออน ซึ่งมีโอรสคือ เฮลิออส เป็นสุริยเทพของกรีกร่วมกับเทพอื่นๆของโอลิมเปียนด้วย

ในส่วนของดวงจันทร์ของดาวเสาร์นั้นมีอยู่มากมาย อย่างเช่นดวงจันทร์ดวงแรกที่พบคือไทแทน ไทแทนเป็นชื่อกลุ่มวงศ์ยักษ์ที่เกิดจากยูเรนัสและไกอา ดวงจันทร์รีอา ชื่อนี้เป็นชื่อชายาของโครนัส นางมีฐานะอีกอย่างหนึ่งคือเป็นเทพีแห่งพิภพด้วย รีอายังเป็นมารดาของเทพแลเทพีสําคัญๆอีกหลายองค์ ดวงจันทร์ไดโอนี ชื่อนี้เป็นของนางไทแทนที่ตํานานหนึ่งว่าเป็นแม่ของวีนัส (เป็นตํานานการเกิดเทพีวีนัสอีกตํานาน) ดวงจันทร์เอ็นเซลาดส มาจากชื่อยักษ์ไทแทนที่รบกับซูสในคราวสงครามยักษ์ที่ถูกอธีน่าฆ่าและจับฝังไว้ใต้เกาะซิซิลี ดวงจันทร์ไมมัส มาจากชื่อของยักษ์เช่นกันดวงจันทร์ไฮเพอริออน ไฮเพอริออนเป็นยักษ์ไทแทนวงศ์วานเดียวกับโครนัส (ไฮเพอริออน-Hyperion เป็นสุริยเทพของไทแทน เมื่อถูกเทพวงศ์โอลิมเปียนกบฏ ตําแหน่งที่ครองอยู่เลยตกเป็นของโอรสของตน คือ เฮลิออส-Helios) ดวงจันทร์ฟีบี ฟีบีเป็นเทพีไทแทนที่ไม่ยอมสามิภักดิ์ต่อซูส

แต่ในบรรดาชื่อดวงจันทร์ของดาวเสาร์หลายดวงที่อาจจะทําให้เรื่องตํานานกรีกสมบูรณ์ได้นั่นคือเรื่องของโพรมิธอัส-Prometheus ผู้ให้กําเนิดมนุษย์, แพนดอรา Pandora ผู้ปล่อยความชั่วออกมาจากกล่อง และเอพิมิธิอัส-Epimetheus สามีของแพนดอรา ผู้เป็นตัวอย่างของการทําก่อนคิดนั่นเอง สามชื่อนี้เป็นชื่อของดวงจันทร์ดาวเสาร์เช่นกันทั้งหมด เรามาฟังเรื่องของพวกเขาดีกว่า (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet