แผนการสร้างประเทศเครือจักรภพอันนำไปสู่สงครามกับไอร์แลนด์

ความสำคัญของการจัดวางกองทัพรูปแบบใหม่ของ 'บุรุษเหล็ก'

โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เป็นชาวเมืองฮันติงดัน (Huntingdon) ซึ่งตั้งอยู่ในแคมบริดจ์เชียร์ (Cambridgeshire) ทางทิศตะวันออกของอังกฤษ มีเชื้อสายตระกูลครอมเวลล์มาจากย่าทวดคือ แคเธอรีน ครอมเวลล์ (Katherine Cromwell) ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวของ โธมัส ครอมเวลล์ (Thomas Cromwell) ที่ปรึกษาที่มีบทบาทสําคัญในสมัยกษัตริย์เฮนรี ที่ 8 (Henry VII) ครอมเวลล์ต้องออกจากการศึกษากลางคันเมื่อบิดาเสียชีวิตเพื่อเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนบิดาเนื่องจากทั้งบ้านมีแต่ผู้หญิง ครอมเวลล์ มีพี่สาว และน้องสาวถึง 7 คนโดยไม่มีใครออกเรือนแม้แต่คนเดียว Continue reading แผนการสร้างประเทศเครือจักรภพอันนำไปสู่สงครามกับไอร์แลนด์

เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

หลังจากเสร็จศึกที่เวลส์แล้ว ครอมเวลล์มุ่งขึ้นเหนือเพื่อทําสงครามกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ในทันที ซึ่งเวลานั้นพวกเพรสไบที่เรียนในสกอตส์ได้บุกลงมายึดเมืองทางตอนเหนือของอังกฤษไปได้หลายเมืองแล้ว ส่วนการสู้รบกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ทางภาคใต้ซึ่งถูกยึดกลับไปได้หลายเมืองเช่นกันมี เซอร์ โธมัส แฟร์แฟกซ์ เป็นผู้นํา

สําหรับการทําศึกทางภาคเหนือนี้ ครอมเวลล์ได้แม่ทัพหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามาเสริมทัพคือ จอห์น แลมเบิร์ต (John Lambert) ผู้ซึ่งนํากองทหารม้าของเขาไปพิชิตชัยมาหลายสมรภูมิเช่นกัน กระทั่งเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1648 สถานการณ์ของฝ่ายนิยมกษัตริย์เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ การปราบปรามฝ่ายนิยมกษัตริย์ที่ลุกฮือขึ้นในภาคใต้ของอังกฤษเริ่มบรรลุผล ขณะเดียวกันทางภาคเหนือก็สามารถหยุดการรุกของฝ่ายนิยมกษัตริย์ และพวกเพรสไบที่เรียนในสกอตส์ได้ด้วยเช่นกัน Continue reading เหตุการณ์สำเร็จโทษกษัตริย์ชาร์ลสที่ 1 หน้าพระราชวังไวท์ฮอลล์

โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ผู้นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายรัฐสภาในสงครามกลางเมือง

โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ผู้นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายรัฐสภาในสงครามกลางเมือง

ในช่วงเริ่มต้นของงครามกลางเมืองจึงเริ่มต้นขึ้นช่วงกลางปี ค.ศ. 1962 เมื่อทหารของทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นปะทะกันครั้งแรก ฐานที่มั่นของฝ่ายกษัตริย์นั้นอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของอังกฤษกับที่เวลส์ ส่วนทางฝ่ายรัฐสภานั้นตั้งมั่นอยู่ที่กรุงลอนดอนและทางทิศตะวันออกของอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ฝ่ายรัฐสภาได้เปรียบกว่า เนื่องจากเป็นผู้ควบคุมกองทัพเรือเอาไว้ทั้งหมด แต่สําหรับกําลังทหารอื่นๆนั้นได้กําลังจากขุนนางต่างๆที่อยู่ตรงข้ามกับกษัตริย์เข้ามาร่วมสมทบ และกองทหารอาสาสมัครซึ่งมาจากประชาชนที่ความเกลียดชัง ชาร์ลส ที่ 1 มาเข้าร่วมรบด้วยเป็นจํานวนมาก แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ทหารอาชีพจึงต้องมีการฝึกรบกันเสียก่อนที่จะออกสู่สนามรบ สิ่งนี้จึงถือเป็นรอง Continue reading โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ผู้นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายรัฐสภาในสงครามกลางเมือง

สงครามบิชอป (Bishop War) ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์อังกฤษกับฝ่ายศาสนา

สงครามบิชอป (Bishop War) ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์อังกฤษกับฝ่ายศาสนา

อันที่จริงความขัดแย้งระหว่างฝ่ายกษัตริย์กับรัฐสภาเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็หาทางปรองดองกันได้ทุกครั้ง หากไม่ใช่ฝ่ายรัฐสภาเป็นฝ่ายถอย ฝ่ายกษัตริย์ก็จะเป็นฝ่ายถอยเมื่อถึงทางตัน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งรุนแรงที่สุดซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอยให้กัน สําหรับสาเหตุที่ความขัดแย้งในเรื่องการใช้อํานาจระหว่างฝ่ายกษัตริย์กับรัฐสภาเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนต้องมีการงัดข้อกันขึ้นนั้นสืบเนื่องมาตั้งแต่ที่มีการออกกฎบัตรแมกนาคาร์ตา (Magna Carta) ซึ่งตราขึ้นในสมัยกษัตริย์จอห์น แห่งอังกฤษ (John of England) ในปี ค.ศ. 1215 Continue reading สงครามบิชอป (Bishop War) ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์อังกฤษกับฝ่ายศาสนา

ประวัติศาสตร์ชาติอังกฤษว่าด้วยความบาดหมางระหว่างสภากับกษัตริย์

ประวัติศาสตร์ชาติอังกฤษว่าด้วยความบาดหมางระหว่างสภากับกษัตริย์

ประเทศอังกฤษแม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศอันเป็นต้นแบบของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในปัจจุบัน แต่ก็แตกต่างไปจากประเทศที่เป็นต้นแบบระบอบประชาธิปไตยส่วนใหญ่เนื่องจากยังมีสถาบันกษัตริย์เป็นประมุขในการปกครองประเทศอยู่ ระบอบประชาธิปไตยของ อังกฤษนั้นมีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันกับประเทศที่ยังคงมีสถาบันกษัตริย์โดยทั่วไป โดยมีรัฐสภาเป็นผู้กลั่นกรองกฎหมาย และมีคณะรัฐบาลที่นําโดยนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยใช้อํานาจการบริหารประเทศแทนกษัตริย์เช่นเดียวกัน Continue reading ประวัติศาสตร์ชาติอังกฤษว่าด้วยความบาดหมางระหว่างสภากับกษัตริย์

สิ้นสุดภารกิจของ ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

การประชุมที่กัวยากิลถูกจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1822 โดยมีจุดประสงค์นอกจากเพื่อหารือเรื่องการเคลื่อนไหวให้อยู่ในกรอบเดียวกัน แล้วยังมีเรื่องความร่วมมือกันโจมตีกองทัพสเปนในเปรู เพื่อปลดปล่อยเปรูให้สําเร็จอีกด้วย แต่การตกลงในขั้นแรกนั้นยังคงหาข้อยุติกันไม่ได้เนื่องจาก ประสบปัญหา เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนของแต่ละฝ่ายต่างต้องการ ให้ผู้นําของตนเป็นผู้บัญชาการสูงสุดทั้งสิ้น แต่ต่อมา ซาน มาร์ติน เป็นผู้ยุติข้อขัดแย้งนี้เองโดยเสนอให้โบลิวาร์เป็นผู้บัญชาการสูงสุด โดยเขายินยอมเป็นรองผู้บัญชาการเอง การเจรจาจึงได้บทสรุปในที่สุด Continue reading สิ้นสุดภารกิจของ ไซมอน โบลิวาร์ บิดาแห่งการปลดปล่อย

กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

การกลับมาของโบลิวาร์ทําให้กลุ่มปลดปล่อยต่างๆเริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลานั้นชื่อของ ไซมอน โบลิวาร์ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยแผ่นดินลาตินอเมริกาไปแล้ว กลุ่มต่างๆจึงพร้อมที่จะร่วมเคลื่อนไหวกับโบลิวาร์ รอเพียงสัญญาณของเขาที่ส่งออกมาเท่านั้น การเคลื่อนไหวนับจากนี้จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแผ่นดินลาตินอเมริกาทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเวเนซูเอลาประเทศเดียว และถึงแม้ว่าสงครามปลดปล่อยจะยังคงเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ตาม แต่ก็มีผลทําให้ประชาชนเริ่มตื่นรู้และซึมซับเรื่องของสงครามปลดปล่อย และอิสรภาพของพวกตนที่โบลิวาร์ปลุกขึ้นมาแล้ว Continue reading กองทัพปลดแอกของโบลิวาร์ เพื่อขจัดอิทธิพลของสเปนออกจากลาตินอเมริกา

คําประกาศคาร์ทาจินา จุดเริ่มต้นของสงครามประกาศอิสรภาพในกลุ่มลาตินอเมริกา

คําประกาศคาร์ทาจินา จุดเริ่มต้นของสงครามประกาศอิสรภาพในกลุ่มลาตินอเมริกา

ระหว่างสงครามกลางเมืองกําลังดําเนินอยู่นั้น ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1812 ก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นที่กรุงคาราคัส จนทําให้ทุกฝ่ายต่างหนีภัยกันไปอย่างกระจัดกระจาย โบลิวาร์เป็นอีกผู้หนึ่งที่ต้องหลบหนีออกจากกรุงคาราคัสเพื่อความปลอดภัย แต่ฝ่ายสเปนกลับอาศัยโอกาสนี้เข้าทํา การปราบปรามกองทัพฝ่ายปลดปล่อยเพื่อหมายกําจัดให้ราบคาบ

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1812 ฝ่ายสเปนก็บุกเข้าโจมตีฐานที่มั่นสําคัญของฝ่ายปลดปล่อยที่ เปอโต คาเบลโล (Perto Cabello) ได้สําเร็จ จึงทําให้ ฟรานซิสโก เดอ มิแรนดา จําต้องขอเจรจาสงบศึกกับฝ่ายสเปน การเจรจาครั้งนั้นทําให้ฝ่ายปลดปล่อยต้องสูญเสียอํานาจควบคุมประเทศไปในที่สุด เนื่องจากฝ่ายสเปนยืนกรานว่าต้องยอมวางอาวุธ และยอมรับในอํานาจของรัฐบาลสเปนเท่านั้น Continue reading คําประกาศคาร์ทาจินา จุดเริ่มต้นของสงครามประกาศอิสรภาพในกลุ่มลาตินอเมริกา

ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ระหว่างที่ ไซมอน โบลิวาร์ อยู่ในปารีสนั้น เขาได้คบหากับเพื่อนฝูงซึ่งมีทั้งนักปรัชญา อาจารย์ และนักเดินทางที่ไปพบเห็นสิ่งแปลกใหม่ต่างๆ เขาจึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคนเหล่านั้นเอาไว้อย่างมากมายจากการได้รับฟังประสบการณ์ต่างๆที่พวกเขาไปประสบมา โบลิวาร์ได้รู้จักกับนักเดินทางชาวเยอรมันผู้หนึ่งชื่อ อเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮัมโบลด์ต (Alexander Von Humboldt) ซึ่งเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก และเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องการทําสงครามเพื่ออิสรภาพของชาวอเมริกันที่ต้องการปลดปล่อยตนออกจากอํานาจของจักรวรรดิอังกฤษให้เขาฟังอย่างละเอียด Continue reading ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ความอยุติธรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในอเมริกาใต้

ไซมอน โบลิวาร์ (Simon Bolivar) บุคคลสำคัญของโลกผู้ปลดปล่อยอเมริกาใต้

ไซมอน โบลิวาร์ (Simon Bolivar) บุคคลสำคัญของโลกผู้ปลดปล่อยอเมริกาใต้

ไซมอน โบลิวาร์ (Simon Bolivar) เป็นบุคคลที่มีความสําคัญซึ่งชาวลาตินอเมริกาหรือประเทศในแถบทวีปอเมริกาใต้ให้ความเคารพนับถือว่าเป็น เอล ลิเบอร์ตาดอร์ (EI Libertador) ซึ่งเป็นคําภาษาสเปนแปลว่า ผู้ปลดปล่อย หรืออีกฉายาหนึ่งก็คือ จอร์จ วอชิงตัน (George Washing ton) แห่งอเมริกาใต้ ซึ่งชื่อหลังนี้มีความหมายว่า ผู้ประกาศอิสรภาพแก่อเมริกาใต้ (จอร์จ วอชิงตัน ก็คือแกนนําสําคัญในสงครามประกาศอิสรภาพให้แก่สหรัฐอเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 18) Continue reading ไซมอน โบลิวาร์ (Simon Bolivar) บุคคลสำคัญของโลกผู้ปลดปล่อยอเมริกาใต้